และแทบจะพร้อมๆกันกับที่เมิ่งฝานกุ้ยทุบทําลายป้ายหยกจนหายออกไปจากสังเวียนแสง แสงพลังสว่างโรจน์จากค้อนอันเขื่องนั่น ก็สาดส่องลงมาถล่มจุดที่เมิ่งฝานกุ้ยยืนอยู่ประหนึ่งพายุโหมกระหน่ำ พาลให้ความว่างสะท้านสะเทือน ราวพร้อมจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ
ตูมมมม!!
ครื้นนนน!!!
หลังแสงพลังปานทัพนับหมื่นโถมถันดังกระหมขึ้น ม่านแสงกั้นเขตเวทีประลอง ก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างงรุนแรง!
และในขณะที่ม่านแสงกั้นเขตเวทีดังกล่าวสั่นสะเทือน ก็ปรากฏรอยปริแตกแยกร้าวลุกลามมากขึ้นทุกขณะ ราวกับว่าม่านแสงดังกล่าวกําลังจะพังทลายลงอยู่รอมร่อ!
เห็นฉากพลังอันน่ากลัวถล่มทลายดังกล่าว เมิ่งฝานกุ้ยที่ทุบทําลายป้ายหยกหลบหนีออกมาก็หวาดกลัวจนขี้หดตดหาย สีหน้ายังเปลี่ยนไปใหญ่หลวง “เป็นพลังที่ร้ายกาจอะไรเยี่ยงนี้! หากโดนเข้าไปเต็มๆข้าเจ็บหนักแน่!!”
“ไอ้หนูโง่งมนี่ หากเจ้ารับไหวข้ายังจะบอกให้เจ้ารีบทุบป้ายหยกทําเพื่อ!”
เสียง เสวี่ยหมิงจือ วิญญาณโลหิตที่อยู่ในพลองอมตะดังขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงของมันเองก็แฝงความหวาดเสียวไม่น้อย
“เจ้าหนูที่เข้าใจกฏแห่งแสงผู้นั้น ความแข็งแกร่งของมันอยู่ในระดับเทพสงคราม 5 ดาราแน่นอน!”
ฟังจากเสียงกล่าวของเสวี่ยหมิงจือ เห็นได้ชัดว่ามันมั่นใจมาก
“มารดามันเถอะ หากไม่ใช่เพราะพลังของข้าถดถอยลงมาเพราะต้องเป็นวิญญาณศาสตราของเจ้า…อย่างข้ามีหรือต้องกลัวเจ้าหนูนั่นด้วย!”