ขณะเดียวกัน จางเทียนโย่วที่นั่งอยู่ด้านหลังต้วนหลิงเทียนก็เริ่มกล่าวออกมาเสียงขรึม “อาวุธอมตะระดับจักรพรรดิของเพิ่งผ่านกุ้ยนั่น มีวิญญาณโลหิตที่จักรพรรดิสวรรค์ซวนหยวนเทียนจับได้ในโลกแห่งความตาย 1 ใน 7 สถานที่ต้องห้ามของระนาบเทวโลกผสานไว้ และวิญญาณร้ายนั้นมันมีชื่อว่าเสวี่ยหมิงจือ”
“ต่อมา บรรพบุรุษของนิกายเพิ่งซวน ก็ได้จ่ายเงินก้อนโตเพื่อสร้างศาสตราอมตะนั่นให้เพิ่งฝานกู้ย!”
“เพิ่งฝานกุ้ยผู้นี้เป็นเหลนของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งนิกายเมิงซวนผู้นั้น และมันก็ได้รับความเอ็นดูโปรดปรานจากบรรพบุรุษของนิกายเมิงซวนอย่างมาก”
คํากล่าวของจางเทียนโย่วทําให้ต้วนหลิงเทียนและคนอื่นๆเข้าใจพลองอมตะในมือของเพิ่งฝานกุ้ยทันที มันเป็นพลองอมตะที่มีวิญญาณโลหิตอันเป็นวิญญาณร้ายจากโลกแห่งความตายหลอมรวมอยู่!
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความที่นั่นคือวิญญาณร้ายที่จักรพรรดิสวรรค์ชวนหยวนเลือกจะจับตัวมาเห็นได้ชัดว่าต้องไม่ใช่วิญญาณร้ายธรรมดาๆแน่!
“หากศาสตราเทพไม่มา ข้าเกรงว่าคงมีศาสตราอมตะน้อยนักที่สามารถต่อกรกับพลองนั่นได้”
จางเทียนโย่วกล่าวเสียงเข้ม “แน่นอนว่าศาสตราอมตะเทพที่ข้าพูดถึง อย่างน้อยๆก็ต้องเป็นศาสตราเทพขั้นต่ําที่มีวิญญาณศาสตราเช่นกัน หากไม่มีก็คงสู้พลองอมตะนั่นของเมิ่งฝานกุ้ยไม่ได้”
ขณะกล่าวประโยคท้าย สองตาของจางเทียนโย่วที่มองพลองอมตะในมือเพิ่งผ่านกุ้ยไม่วางตาก็ฉายชัดถึงความปรารถนาออกมาล้นปรี่!