จากนั้นท่ามกลางสายตาของทุกคน ปีกเทวดา 3 คู่ที่ห่อร่างจงกุ้ยอวี่เอาไว้ก็ค่อยๆคลี่กางออกมา จากนั้นร่างจางกุ้ยอวี่ก็ปรากฏตัวสู่สายตาทุกคนอีกครั้ง ทว่าบนร่างของมันกลับมีชั้นแสงพลังสีขาวกับสีทองเรืองรองผสมผสานกัน ให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ไม่ธรรมดา!
“ต่อหน้าแสงสว่าง ไม่ว่าจักเป็นความมืดมิดอันใด สุดท้ายก็ได้แต่จางหายไป…”
ขณะเดียวกับที่จงกุ้ยอ ปริปากกล่าวคํา ชั้นแสง 2 สีดังกล่าวก็เริ่มผสานหลอมรวมเป็นหนึ่งจากนั้นก็ควบรวมก่อเกิดร่างสิ่งมีชีวิตตัวเขื่อง ในชุดเกราะสีทองแกมขาว แลดูสง่ามน่าเกรงขามนัก!
ในมือของสิ่งมีชีวิตดังกล่าว ยังถือค้อนอันเขื่องเอาไว้
และไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่ หากแต่ในมือของจงกุ้ยอวี่ก็มีค้อนลักษณะเดียวกันกับที่ร่างยักษ์ในชุดเกราะปรากฏขึ้น!
“โอหังนัก!”
สองตาเพิ่งผ่านกู้ยแปรเปลี่ยนเป็นเยียบเย็น หลังสบถคําเสียงเย็น มันก็คํารามสั่งออกมาด้วยน้ําเสียงอํามหิต “เสวี่ยหมิงจ๋อ ฉีกร่างมันให้แหลกเป็นชิ้นๆ!”
ทันใดนั้นอสูรกายตัวเขื่องที่เกิดจากการหลอมรวมของภูตแห่งความมือดทั้ง 3 โดยมีวิญญาณโลหิตเป็นสื่อ ก็โจนทะยานเข่นฆ่าเข้าใส่จงกุ้ยอรื้อย่างงอํามหิต ในมือของมันยังปรากฏหอกสีเลือดเปล่งแสงพลังสีโลหิตแกมดําออกมา แถมกลิ่นอายพลังที่กําจายออกจากหอกดังกล่าวยังกระหายเลือดทั้งทรงพลังอํานาจน่ากลัวนัก! ราวกับบรรจุไว้ด้วยขุมพลังอันไร้จํากัด!
“กระบวนท่าที่ 3”