“ตั้งแต่วินาทีนั้น ข้าจึงได้รู้ว่าวิหารเฟิงฮ่าวนั้นละโมบในเต๋ของผู้อื่นมาก และด้วยมีเรื่องของคนผู้นั้นเป็นอุทาหรณ์สอนใจ ข้าจึงรู้เช่นเห็นชาติคนของวิหารเฟิงฮ่าว”
ได้ยินคําพูดของฟงชิงหยางง ในที่สุดต้วนหลิงเทียนก็เข้าใจว่าไฉนอาจารย์เขาถึงไม่แปลกใจตอนเขาพูดเรื่องนี้
ที่แท้อาจารย์เขารู้แต่แรกแล้ว ว่าวิหารเฟิงฮ่าวหมายตาเต่ของผู้อื่น!
ขณะเดียวกันฟงชงหยางก็เริ่มกล่าวต่อ “ปกติแล้ว เต๋ามรรคาวิถี คือสิ่งจําเพาะสําหรับ คนๆหนึ่ง ถึงแม้จะนําเต่ําของตัวเองไปสอนสั่งผู้อื่น แต่ผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดก็ไม่มีวันก้าวข้ามผู้ถ่ายทอดได้ อีกทั้งจะลอกเลียนได้ก็แค่เต๋าช่วงแรกๆเท่านั้น และยังไม่ถึงขั้นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว”
“ก็เหมือนกับมรรคากระบีมิติของเจ้า”
“วันนี้ตอนเจ้าเผยมรรคากระบี่มิติ หากเป็นผู้ที่เคยเห็นข้าลงมือกับตา กระทั่งขอแค่เห็นการลงมือของข้าผ่านลูกแก้วเงาลอย พวกมันย่อมมองเห็นร่องรอยมรรคากระบี่ทําลายยล้างของข้าในนั้น!”
“จึงเป็นธรรมดาที่พวกมันจะตระหนักได้ว่า เจ้าริเริ่มเข้าใจมรรคากระบี่ของตัวเอง หลังจากเดินตามรอยข้าช่วงหนึ่ง”
“ยิ่งไปกว่านั้น มรรคากระบี่ของเจ้าก็คือขั้นตอนเบื้องต้น!”
“สําหรับคนของวิหารเฟิงฮ่าวแล้ว สิ่งนี้มันนน่าเย้ายวนใจมาก…กระทั่งมรรคากระบี่ทําลายล้างของข้าในตอนนี้ ก็ไม่ดึงดูดใจเท่ามรรคากระบี่มิติของเจ้าเท่านั้น”