ทุกคําที่ฟงชิงหยางพูด อันที่จริงต้วนหลิงเทียนก็เริ่มคิดได้ตั้งแต่เมื่อครู่ จึงทําให้เขาหวั่นใจจนอดไม่ได้ที่จะเหงื่อตก
“วิหารเฟิงฮาว…พวกมันชั่วขนาดนี้เชียว”
สองตาต้วนหลิงเทียนสั่นไหว
“เจ้าคิดว่าขุมกําลังที่ดํารงอยยยู่สืบทอดกันมาเนิ่นนานในระนาบเทวโลกจากอดีตจนถึงปัจจุบัน…พวกมันทําได้อย่างไรเล่า? หากพวกมันใจอ่อน ไม่โหดเหี้ยม ไหนเลยจะครองตําแหน่งที่ไร้ผู้ใดสั่นคลอนได้จนถึงวันนี้”
ฟงชิงหยางกล่าว
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า เพราะเท่าที่เขาทราบมา ไม่ว่าจะระนาบเทวโลกไหน ประวัติศาสตร์ของวิหารเฟิงฮ่าวก็เป็นอะไรที่เก่าแก่และยาวนานที่สุด เหนือกว่าขุมกําลังใดๆ
พูดได้เลยว่า ในระนาบเทวโลกทั้งมวล ไม่มีใครหรือขุมพลังไหนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าวิหารเฟิงฮ่าวแล้ว
ยังกล่าวกันว่า
ประวัติศาสตร์ของวิหารเฟิงฮ่าว ก็คือประวัติศาสตร์ของระนาบเทวโลก!
และสิ่งนี้ไม่ใช่คําพูดลอยๆ!
“ศึกอัจฉริยะสวรรค์ครั้งนี้ วิหารเฟิงฮ่าวไม่พ้นส่งศิษย์ที่พวกมันเพาะสร้างมาเป็นอย่างดีเข้าร่วมแน่ เนื่องเพราะพวกมันกล้านําผลอมตะหยวนปะทุออกมาเป็นของรางวัล เผยให้เห็นว่าศิษย์ของพวกมัน 9 ใน 10 สวนสมควรเป็นเทพสงคราม 6 ดารา!”
ฟงชิงหยางกล่าวเปลี่ยนเรื่อง และเปิดประเด็นเรื่องศิษย์อัจฉริยะที่วิหารเฟิงฮ่าวปลูกฝังออกมา และตั้งใจจะมอบผลหยวนอมตะในลักษณะนี้
“เพียงแค่ข้าไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด”