เพราะในรอบที่ 3 ของศึกอัจฉริยะสวรรค์นั้น ไม่ใช่แค่ 700 คนที่ตกรอบไปก่อนจะมีโอกาสท้าทายผู้อื่นได้ 3 ครั้ง แต่อัจฉริยะทั้ง 300 ที่เข้ารอบมาก่อน หากถูกใครใน 700 ท้าทายเอาชนะได้ พวกมันก็ได้รับโอกาสท้าทาย 3 ครั้งเพื่อกลับมาเช่นกัน
โดยรวมแล้ว จำนวนผู้ที่จะผ่านเข้าสู่รอบ 4 นั้นจะคงไว้ที่ 300 คนไม่เปลี่ยน แต่ที่เปลี่ยนคือผู้เข้ารอบ…
จะยุติเมื่อไม่มีผู้ใดท้าทายอีก
“รอบที่ 3 ของศึกอัจฉริยะสวรรค์ ต่อให้จะทำการประลอง 10 คู่พร้อมๆกัน…แต่กระนั้นกว่าจะจบสิ้น ข้าว่าคงต้องใช้เวลาหลายวันทีเดียว”
ถังซานเป่าบ่น
ต้วนหลิงเทียนกับกลุ่มของเขาก็ยังคงเลือกมานั่งอัฒจันทร์ที่เดิมเหมือนเมื่อเดือนก่อน ไม่เพียงแต่พวกเขาที่ผ่านเข้ารอบที่ 3 เท่านั้น กระทั่งเหอเจี้ยนอี่ที่ตกรอบไปแล้วก็มาด้วยเช่นกัน
เหอเจี้ยนอี่นั้นทำใจไว้นานแล้ว ว่าอย่างไรก็คงต้องถูกคัดออกในรอบแรกหรือรอบที่ 2 แน่นอน
ก่อนที่จะมามันก็รู้ดีว่าพังฝีมือของตัวเองคงไม่อาจแข่งขันชิงชัยอะไรกับเหล่าอัจฉริยะทั้งหลายได้ ที่ไฉนมันเลือกจะมา ก็เพราะอยากมาชมดูอัจฉริยะระดับต้นๆของระนาบเทวโลกทั้งมวลเป็นการเปิดหูเปิดตาเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้นโอกาสล้ำค่าเช่นนี้มันจะพลาดได้อย่างไร
ต้องทราบด้วยว่าคนทั่วไปอยากมาดูชมแค่ไหนให้ตายก็ทำไม่ได้
และอันที่จริงก็ไม่ใช่เหอเจี้ยนอี่คนเดียวที่คิดแบบนี้