“ถึงอย่างไรเสียพวกเราก็หาทางรอดให้ยูไลสายหนึ่ง ในฐานะสหายของมัน พวกเราเองก็พยายามเท่าที่จะทําได้แล้ว…”
“และหากลาหัวโล้นเฒ่านั้นมันสามารถชิงรางด้วนหลิงเทียนได้สําเร็จ ต่อไปข้าจะปกป้องดูแลญาติสนิทมิตรสหายของต้วนหลิงเทียนให้ดีที่สุด ทําให้ทุกคนไร้กังวลไปชั่วชีวิตเพื่อถมความละอายใจของพวกเรา”
คําพูดของฮ่าวเทียน กงซุนซวนหยวนเองก็เห็นด้วย “ข้าก็คิดเหมือนเจ้า”
เป็นไปไม่ได้เลยที่ต้วนหลิงเทียนจะล่วงงรู้ถึงสิ่งที่กงซุนชวนหยวนกับอวี้ฮ่าวเทียนคุยกันส่วนตัว เพราะหลังจากที่กงซุนชวนหยวนกับพวกจากไปสักพัก เขากับอาจารย์เองก็แยกย้ายกันกลับที่พัก
เหตุผลที่ไฉนเขากับอาจารย์รั้งอยู่ต่อสักพัก เพราะอาจารย์คิดประทับจิตเทพให้เขาใหม่
ที่ประทับไว้ก่อนหน้าตอนนี้มันสลายไปแล้ว
“เสี่ยวเทียน เจ้าเองก็ระวังไว้ให้มาก เพราะข้าสัมผัสได้ว่ายูไลนั่นสมควรเพ่งเล็งเจ้าอยู่ด้วยเหตุผลบางอย่าง…แต่เจ้าวางใจได้ ด้วยจิตเทพที่ข้าประทับไว้ หากมันลงมือทําอะไรกับเจ้าข้าสามารถล่วงรู้ได้ทันที และข้าจะรีบมาปกป้องเจ้าให้เร็วที่สุด”
ฟงชิงหยางกล่าวกับต้วนหลิงเทียน “นอกจากนั้นมันอย่างไรก็ไม่อาจลงมือในพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์หยวนสื่อเทียน…ตอนนี้เหล่าอัจฉริยะทุกคนมาเพื่อต่อสู้แข่งขัน หากจ้าววิหารเฟิงฮ่าวลงมือกับอัจฉริยะสักคน ถึงตอนนั้นเรื่องได้วุ่นวายใหญ่โตแน่ คราวนี้ถึงมันไม่ตาย ก็ต้องมีหนังลอกกันบ้าง”