มันเองก็รู้ดีว่าเหล่าผู้ที่มีชีพจรสวรรค์ 99 จุดสายนั้น หากปราศจากอุบัติเหตุใดๆ ย่อมบรรลุถึงขอบเขตได้แน่นอนในสถานการณ์ดังกล่าว หากล่วงรู้แล้ว ผู้ที่มีชีพจรสวรรค์ก็มักจะไม่รีบร้อน ละเลยการฝึกฝน เพราะรู้ดีว่าตัวเองจะอย่างไรก็คือเมล็ดพันธุ์แห่งเทพ
“ข้ามิได้เอ่ยถึงเรื่องนี้กับเจ้าแต่แรก เพราะกลัวเจ้าละเลยการฝึกปรือ”
ฟงชิงหยางกล่าวอธิบายเสริม
“ท่านอาจารย์ ข้าเข้าใจ”
คําพูดของฟงชิงหยาง ต้วนหลิงเทียนเข้าใจดี จากนั้นเขาก็หันไปมองงูไลที่กําลังมองจ้องมาที่เขาตาลุกวาว และไม่รอให้อีกฝ่ายพูดอะไรต่อ เขาก็กล่าวตอบออกมาว่า “จ้าววิหารยูไล ชั่วชีวิตข้า ต้วนหลิงเทียนคนนี้เพียงยอมรับอาจารย์แค่หนึ่งเดียวเท่านั้น และคนๆนั้นก็คืออาจารย์ของข้า ฟงชิงหยาง”
“ต่อจากนี้ไป ต่อให้เป็นเทพที่น่าเกรงขามเพียงใด กระทั่งผู้แข็งแกร่งที่สุด…ข้าเองก็ไม่อาจกราบคารวะผู้ใดเป็นอาจารย์ได้อีก”
ต้วนหลิงเทียนพูดออกมาแบบนี้ เรียกว่าตัดความหวังของยูไลทันที
ด้านยูไลพอได้ยินดังกล่าว สองตาก็ทอประกายเรืองขึ้นวูบหนึ่ง หากแต่ใบหน้ายังคงสงบ “ใน เมื่อสหายน้อยตัดสินใจแล้ว อาตมาก็ไม่คิดบังคับ”
พอกล่าวจบคํา มันก็หันไปมองฟงชิงหยางอีกครั้ง “จักรพรรดิสวรรค์ฟงชิงหยาง หลังจบศึกอัจฉริยะสวรรค์ 10 ปี อาตมาจักไปเยือนพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์จี้เมียเทียนเพื่อประมือกับท่าน.หากท่านแพ้ เช่นนั้นก็จงสละตําแหน่งจักรพรรดิสวรรค์ของเมียเทียนเสีย”