ทว่าราวกับจุดชนวนความตายก็ไม่ปาน พริบตาต่อมาก็มีผู้คนทยอยกันถูกฆ่าตายติดๆกัน
และคล้ายเพราะความตายของคนเหล่านี้ ทำให้ผู้ที่ไม่มั่นใจในพลังขอตัวเองและไร้คนคุ้มกัน ก็ไม่กล้าประมาทดูเบาสถานการณ์หรือละโมบโลภหวังใดสืบต่อ เร่งบดขยี้ป้ายหยกหนีเอาตัวรอดไปทันที
ด้วยเหตุนี้ จึงมีคนตายลดน้อยลงเรื่องๆ
“ดูเหมือนจักมีคนเพ่งเล็งมาที่พวกเรา”
จางเทียนโย่วที่ยืนอยู่ด้านหลังต้วนหลิงเทียนอย่างระแวดระวังเอ่ยขึ้นเสียงหนัก หลังสังเกตเห็นคนกลุ่มหนึ่ง
ตอนนี้ไม่ว่าจะจางเทียนโย่วหรือว่างถิง ถึงแม้จะไม่ได้พูดเรื่องขอความช่วยเหลือจากต้วนหลิงเทียนย แต่พวกมันก็เผยท่าทีออกชัดว่าคิดเกาะต้วนหลิงเทียน และพอไม่เห็นต้วนหลิงเทียนพูดอะไร พวกมันก็วางใจไปเปราะหนึ่งและพยายามทำตัวมีประโยชน์ทันที
ทั้ง 2 คอยมองรอบๆอย่างระแวดระวัง
หากมีความเคลื่อนไหวผิดปกติ หรือส่อเค้าจะเป็นภัย จางเทียนโย่วจะเร่งกล่าวเตือนทันที ดุจเดียวกับตอนนี้…
และแทบจะเป็นเวลาเดียวกันกับที่จางเทียนโย่วกล่าวจบคำ ก็มีกลุ่มคน 7 คนเหินร่างมาทางต้วนหลิงเทียน และคนแรกที่เหินนำทั้ง 6 มาก็มีพลังฝีมือเทียบได้กับเทพสงคราม 1 ดารา และพึ่งฆ่าคนไปหยกๆหนึ่งคน
“ศิษย์ที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวของจักรพรรดิสวรรค์ฟงชิงหยาง…หากข้าเขี่ยเจ้าตกรอบที่ 2 ได้ วันหน้าข้าก็คุยโม้ได้ชั่วชีวิตแล้ว!”