เช่นนั้นคนของพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ที่คอยตรวจตราดูแลความสงบนั้น ก็ต้องมีพลังระดับเทพสงคราม 6 ดาราขึ้นไปเพราะมีแต่ตัวตนระดับนี้ถึงจะสามารถลงมือระงับเหตุได้ทัน…
“อวี้หวงเทียนของพวกเรามีอัจฉระอายุแค่ 600 ปีเศษแล้วทําไม สุดท้ายผู้อื่นก็ผ่านการทดสอวัดคุณสมบัติของวิหารเฟิงฮ่าวเรียบร้อยแล้วคิดว่าพวกเจ้าคนของหลางหยวนเทียนแน่นักเหรอ ไฉนไม่มีอัจฉริยะอายุน้อยเช่นอขี้หวงเทียนเราบ้างเล่า?”
อัจฉริยะของอวี้หวงเทียนกับอัจฉระของหลางหยวนเทียนได้มีปากเสียงกัน เพราะคนของอวี้หวงเทียนถูกคนของหลางหยยวนเทียนกล่าวแขวะ ว่าอัจฉริยะอายุน้อยของอวี้หวงเทียนนั้นไม่อาจนับเป็นตัวอะไร และไม่น่าจะผ่านการทดสอวัดคุณสมบัติของวิหารเฟิงฮ่าวด้วยซ้ำ
“หึ!”
อัจฉริยะของหลางหวนเทียนพ่นล่มสบถเยียบเย็น “ผู้ใดจะไปรู้ว่าวิหารเฟิงฮ่าวของอวี้หวงเทียนพวกเจ้า ใช่มีมาตรฐานการทดสอบต่ำไปหรือไม่ ถึงได้ปล่อยให้คนอายุแค่ 600 ปีเศษผ่านการทดสอมาได้?”
“มาตรฐานในการทดสอบต่ำ?”
อัจฉริยะของอววี้หวงเทียนหัวเราะเสียงเย็น “พลังฝีมือของซูหล่อยู่ในอันดับต้นๆของพวกเราที่เข้าทดสอบคุณสมบัติของวิหารเฟิงฮ่าวด้วยซ้ำ แต่เจ้ากลับสงสัยว่ามันผ่านการทดสอบมาได้เพราะมาตรฐานการทดสอบวิหารเฟิงฮ่าวสาขาอี้หวงเทียนเราต่ำ?”
“ปากดีเช่นนี้ สนใจประลองชี้แนะกับข้าสักคราหรือไม่?”
สองตาของอัจฉริยะจากอวี้หวงเทียนยฉายชัดถึงเจตนาต่อสู้