เพราะในประวัติศาสตร์ของระนาบเทวโลกนั้น ตัวตที่บรรลุพลังฝีมือระดับจักรพรรดิอมตะสมญานามได้ตั้งแต่อายุน้อยๆ แทบจะไม่เคยปรากฏขึ้นถึง 2 คนในเวลาเดียวกันเลย
“โทษทีที่รบกวน แต่พวกเจ้ารู้ไหมว่าซูหลี่อยู่บ้านหลังใด?” ต้วนหลิงเทียนหันไปมองถามคนของอวี่หวงเทียนด้วยรอยยิ้ม “เจ้ามาหาซูหลี่งั้นหรือ?”
ทันใดนั้นอัจฉริยะหนุ่มคนหนึ่งของอวี่หวงเทียนก็ขมวดคิ้วย่นยู่ ส่ายหัววไปมาพลางกล่าวว่า “ต้วนหลิงเทียน ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นศิษย์ของจักรพรรดิสวรรค์ฟงชิงหยาง พอเจ้าถูกผู้คนบอกว่าด้อยกว่าซูหลี่ เจ้าจะบังเกิดความไม่พอใจก็ไม่แปลก ก็เลยคิดมาท้าซูหลี่ประลองเพื่อพิสูจน์ตัวเองสินะ?”
“แต่ข้าขอแนะนําว่าเจ้าอย่าได้ทําแบบนั้นเลย เพื่อไม่ให้เจ้าต้องทําตัววเองขายหน้า”
“พลังฝีมือของซูหลี่ไม่ได้ง่ายดายแค่จักรพรรดิอมตะสมญานามทั่วไป”
เห็นได้ชัดว่าอัจฉริยะของอี้หวงเทียนกําลังเกลี้ยกล่อมต้วนหลิงเทียน
พอต้วนหลิงเทียนได้ยินคําพูดของอีกฝ่าย เขาก็ทราบได้ทันทีว่าอีกฝ่ายยกําลัเข้าใจผิด สิ่งนี้ทําให้เขารู้สึกพูดไม่ออกอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามได้ยินคําพูดของอีกฝ่าย ก็อดทําให้สองตาเขาลุกวาวนมาไม่ได้ “ไม่ได้ง่ายดายแค่จักรพรรดิอมตะสมญานามทั่วไป?”
หรือพลังฝีมือของซูหลี่แตะถึงระดับเทพสงคราม 2 ดาราแล้ว?
“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว”