“ต่อมาพอวิหารเฟิงฮ่าวเปิดโอกาสให้ผู้ชนะอันดับต้นๆเข้าใช้ ตั้งแต่ตอนนั้นเหล่าสุดยอดอัจฉริยะทั้งหลายในระนาบเทวโลกที่มั่นใจในพลังฝีมือของตัวเองและมีอายุไม่ถึงพันปี ก็ล้วนแห่แหนกันมาเข้าร่วมประลองชิงชัยทั้งสิ้น”
“สุดท้ายแล้วห้องลับแห่งกฎมันก็ยั่วยวนใจเกินไป หอมหวานเกินไป!”
กล่าวถึงจุดนี้ จางเทียนโย่วคล้ายตระหนักได้ว่าตัวเองพูดนอกเรื่องมาไกล จึงวกกลับเข้าเรื่องด้วยน้ำเสียงค่อนแคะว่า “ข้าเกรงว่าศึกอัจฉริยะครั้งนี้ ไม่พ้นต้องรวมเหล่าสุดยอดอัจฉริยะอุไม่ถึงพันของรระนาบเทวโลกทั้งมวล…”
“ดุจเดียวกับข้า อายุไม่ถึงพันปีแต่มีพลังฝีมือระดับจักรพรรดิอมตะสมญานาม และดูจากศึกอัจฉริยะสวรรค์ครั้งก่อนๆ อัจฉริยะระดับนี้ก็มีราวๆ 3 ส่วนของคนทั้งหมด”
“อย่างว่างถิงกับเหอเจี้ยนอี่ ที่พลังฝีมือยังไม่ถึงขั้นจักรพรรดิอมตะสมญานาม ที่มาเข้าร่วมก็แค่สนุกสนานหาประสบการณ์เท่านั้น แน่นอนว่าหากติด 1,000 อันดับแรกได้ก็ถือว่าโชคดีหนักหนาแล้ว”
กล่าวถึงจุดนี้ จางเทียนโย่วก็หันไปมองว่างถิงกับชายหนุ่มอีกคน
เห็นได้ชัดว่าชายหนุ่มคนนี้ชื่อ “เหอเจี้ยนอี่”
“ไม่ต้องกล่าวถึงศึกอัจฉริยยะสวรรค์ในอดีตเลย…. เอาแค่ศึกอัจฉริยะสวรรค์ครั้งนี้ ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่สามารถติดอยู่ใน 100 อันดับแรกได้ หากต้องเจอกับว่างถิงหรือเหอเจี้ยนอี่ คิดเอาชนะพวกมันเต็มที่ก็ 10 บวนท่าเท่านั้น”