หลังได้ยินเรื่องราวจากต้วนหลิงเทียน วารีเทพชําระโลกา ก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดตอบมาว่า “หากสิ่งที่อาจารย์ของเจ้าพูดเป็นความจริงเช่นนั้นมันก็คืออัจฉริยะไร้ผู้ต้านจริงๆ ตัวตนเช่นนี้ต่อให้เป็นในระนาบเทพเอง ก็ยากจะพานพบนัก!”
“กระทั่งในระนาบเทพแล้ว ตัวตนที่ค้นพบมรรคาของตัวเองและมีความสําเร็จในมรรคาของตัวก็มักถูกมองว่าเป็นเมล็ดพันธุ์ของผู้แข็งแกร่งที่สุด”
ได้ยินคําพูดของวารีเทพชําระโลกา ต้วนหลิงเทียนก็อึ้งไปไม่น้อย สองตายังเบิกกว้าง เร่งงถามเพิ่มเติมว่า “ไม่ใช่ว่าหากคิดบรรลุถึงขอบเขตผู้แข็งแกร่งที่สุด ก็มี 2 วิธีหรอกหรือ..หนึ่งเข้าใจ 1 ใน 4 กฏสูงสุดจนถึงขีดสุด จากนั้นก็หลอมรวมความลึกซึ้งทั้งหมด….หรืออีกวิธีก็อาศัยเทพเบญจธาตุ โดยการยกระดับพัฒนาให้เป็นขั้นสุดท้าย?”
“2 วิธีที่ว่า ก็คือวิธีที่สามารถบรรลุถึงขอบเขตผู้แข็งแกร่งที่สุดได้แน่นอน”
วารีเทพชําระโลกาเอ่ย “เป็นธรรมดาว่านอกจาก 2 วิธีดังกล่าวแล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่งเป็นสิ่งที่ข้าพึ่งพูดไป ค้นพบมรรคาของตัวเอง!”
“เข้าใจมรรคาของตัวเอง คําพูดนี้แม้ฟังดูเลื่อนลอย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไร้ความเป็นไปได้…”
“เจ้าคงรู้แล้วว่าในสวรรค์และโลกนั้น นอกจากฏแห่งธาตุทั้ง 5 แล้ว ก็มีกฏแห่งลม กฏสายฟ้า กฏน้ําแข็ง กฏสูงสุดทั้ง 4 นอกจากนั้นก็ยังมีกฏแห่งความมืด กฏแห่งแสงและกฏทําลายล้างกระมัง?”
วารีเทพชําระโลกาเอ่ยถาม
“ใช่”