ชายวัยกลางคนพยักหน้า “มีคนของเรา 2 คนบังเอิญพบเจอทั้งคู่ขณะเข่นฆ่าสิ่งมีชีวิตในทะเลของงระนาบเซียน และเท่าที่ข้าฟังมาจากคนของเรา เห็นว่าพอคู่จักรพรรดิอมตะนั้นได้เอ่ย ถามวัตถุประสงค์ทั้งความเป็นมาของพวกเราแล้ว ก็ใช้ยันต์อมตะเคลื่อนย้ายจากไปทันที”
“จากนั้นไม่ทันถึงครึ่งชั่วยาม จักรพรรดิอมตะสวรรค์กร่างเมิ่งหลัวก็มาถึง…”
กล่าวจบคํา จักรพรรดิอมตะวักลางคนก็หันไปมองกล่าวกับเฟิงเจียนอวี่เสียงเครียด “ท่านธิดาเทพ ลองส่งจักรพรรดิอมตะ 2 คนมาเฝ้าระนาบเซียนเช่นนี้ข้าเกรงว่าจักรพรรดิสวรรค์ฟงชิงหยางท่าทางจะให้ความสําคัญกับระนาบเซียนไม่น้อย”
“เพราะเท่าที่ข้าทราบจากข้อความของคนนที่พบเจอคู่หนุ่มสาวนั่น เห็นว่าฝ่ายชายยัง เป็นจักรพรรดิอมตะที่พลังฝีมือแทบจะเข้าข่ายจักรพรดริอมตะสมญานามแล้วอีกด้วย”
ท้ายประโยค ชายวัยกลางคนยังกล่าวเน้นเสียงหนัก
“ หนึ่งในนั้นลับมีพลังฝีมือเจียนเทียบได้กับจักรพรรดิอมตะสมญานาม?”
เรื่องที่ชายวัยกลางคนเล่ามา ทําให้เฟิงเจียนอวี่จําต้องงคิดหนักแล้วจริงๆ และนางก็อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิดนัก หันไปมองชายยวกลางคนพลางสั่งเสียงเย็น “เจ้าไปหาท่านประมุขกับข้าเสีย!”
ประมุขนิกายลั่วสุย ก็คือจักรพรรดินีสวรรค์แห่งถั่วสุ่ยเทียน