หลังเข่นฆ่าทุกคนในสํานักผู่ฟางแล้ว ชายชราก็ค่อยๆเห็นร่างขึ้นไปบนฟ้าอย่างไม่รีบไม่ร้อน เตรียมจะออกจากสํานักผู่ฟาง ขณะเดียวกันใบหน้าของมันก็ฉายชัดถึงรอยยิ้มสนุกสนานหนึ่ง
“การฆ่าคนก็นับเป็นศิลปะแขนงหนึ่งไม่ทราบเจ้าพวกนั้นละเล่นกันถึงไหนแล้ว”
ชายชราคนนี้เป็นหนึ่งในจักรพรรดิอมตะของนิกายลั่วสุ่ย ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่จักรพรรดิอมตะสมญานามอะไร
แต่พลังฝีมือของมันก็จัดว่าติดอยู่ใน 5 อันดับแรกของผู้ที่มาปฏิบัติภารกิจฆ่าล้างบางครั้งนี้
เห็นได้ชัดว่าพลังฝีมือมันนับว่าไม่ใช่ชั่วเลย
เพราะท้ายที่สุดแล้วในบรรดา 10 กว่าคนที่มาฆ่าล้างบางทุกชีวิตในระนาบเซียน ก็มีจักรพรรดิอมตะสมญานามรวมอยู่ด้วยถึง 2
“หืม?”
อย่างไรก็ตาม ชายชราพึ่งเห็นร่างขึ้นมาเหนือน่านฟ้าสํานักผู่ฟางได้ไม่ทันไร ก็พบเห็นร่างสูงกํายําหนึ่ง กําลังมองมาที่มันด้วยสายตาเฉยชา
“ยังมีปลาเล็ดลอดร่างแหอีกรึ?”
เดิมทีชายชราคิดว่าชายร่างสูงใหญ่คนนี้คือปลาที่เล็ดลอดร่างแห จึงคิดจะลงมือเก็บงานให้เรียบร้อย
อย่างไรก็ตามในขณะที่มันกําลังจะลงมือ มันพบว่าสายตาที่ชายร่างใหญ่ใช้มองมันช่างคุ้นเคยเหลือเกิน
เหมือนกับมันเมื่อครู่สายตาที่กําลังมองคนตาย!
จังหวะนี้ชายชราพลันรู้สึกผิดท่า เพราะหากเป็นคนของระนาบโลกียะแห่งนี้ คงไม่มีความกล้าอะไรหลงเหลือแน่หากเห็นมันลงมือแต่แรก!