“คนเล่า!?”
และหลังจากเหลียนชิวกับตู้เสวียนจากไปไม่นาน ก็ปรากฏเงาร่างชราวูบลัดฟ้ามาฉับไวคนหนึ่ง มันมองชายวัยกลางคนทั้งสองด้วยสายตาขุ่นเคือง เอ่ยถามเสียงหนัก
“ใต้เท้าชิว พวกมันพึ่งใช้ยันต์อมตะเคลื่อนย้ายจากไปเมื่อครู่เอง…”
ชายวัยกลางคนหนึ่งในนั้นเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มแหยๆ
“ใต้เท้าชิว 1 ใน 2 จักรพรรดิอมตะนั่น มันบอกว่าแค่มาเที่ยวพักผ่อนในระนาบโลกียะแห่งนี้เท่านั้น ในเมื่อพวกมันไม่ใช่คนของระนาบเซียน เช่นนั้นพวกเราก็ไม่จําเป็นต้องฆ่ามิใช่หรือ?”
ชายวัยกลางคนอีกคนกล่าว
“มันบอกเช่นนั้น พวกเจ้าก็เชื่อ?”
ชายชรามองชายวัยกลางคนดังกล่าวด้วยสายตาราวกับมองตัวโง่งม “ระนาบโลกียะมีมากมายนับไม่ถ้วน แต่พวกมันบังเอิญมาเที่ยวที่ระนาบเซียนเล็กๆนี่พอดี?”
“ในสายตาข้ การที่พวกมันมาอยู่ที่นี่ได้สิบในสิบไม่พ้นต้องมีความเกี่ยวข้องอันใดสักอย่างกับระนาบเซียนแห่งนี้เป็นแน่ และความเป็นไปได้สูงสุดก็คือที่นี้เป็นบ้านเกิดของพวกมัน!!”
“อย่างไรก็ตาม ไฉนพวกมันจากไปอย่างไร้เรื่องราว? ไม่ใช่เจ้าส่งข้อความมาบอกข้ารีว่าพลังฝีมือมันสูงกว่าเจ้า?”
ในสายตาของชายชรา หากอีกฝ่ายเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับระนาบเซียนแห่งนี้ หลังชายวัยกลางคนทั้งสองบอกวัตถุประสงค์การมาที่นี่ ไม่พ้นต้องมีโมโหและฆ่าชายวัยกลางคนทั้ง 2 ทิ้งแน่
“เอ่อ…เรื่องนี้น่าจะเป็นเพราะพวกเราบอกพวกมันไป ว่าในบรรดาพวกเรามีผู้นําเป็นจักรพรรดิอมตะสมญานาม 2 คน”