กระดูกขาวผ่าร่างเจียงผิงอันเป็นสองส่วน โลหิตอุ่นร้อนสาดกระจายในพนาผี
ขณะนั้น เจียงผิงอันใช้งานลวดลายสีเขียวที่หลังมือตนทันที
ปราณมารครึ่งหนึ่งในตัวถูกสูบใช้ ทว่าร่างของเขาก็หายจากที่คืนสู่จุดที่อยู่เมื่อห้าอึดใจก่อน
ร่างของเจียงผิงอันคืนสู่ปกติ เขาถอยกรูดอย่างหวาดผวา มองโครงกระดูกขาวอย่างเคร่งขรึม
นี่มันอะไรกัน!
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังงุนงง ตัวตนประหลาดอันมีร่างเน่าเฟะเหม็นโฉ่ก็ตะเกียกตะกายออกมาจากใต้ผืนดิน
มันหามีปราณชีวิตเช่นวิญญาณคนเป็นไม่ มันอัดแน่นด้วยปราณมรณะ เน่าเฟะเสียจนเกือบเหลือเพียงกระดูก แต่ก็ยังขยับเคลื่อนไหวได้ ไม่สมเหตุสมผลเสียยิ่งนัก
“ผีดิบ”
สองคำนี้เด้งขึ้นในใจเจียงผิงอันทันที
นี่เป็นตัวตนอันสุดขั้วยิ่ง มิได้เกิดจากการขยายพันธุ์ แต่เกิดจากวิญญาณร้ายที่เข้าสิงสู่ซากศพ
ปกติแล้ว ‘ผีดิบ’ มักเกิดในพื้นที่สุดขั้วหยิน ชอบกินสิ่งมีชีวิต
นี่คือหนึ่งในเบญจภัยในพนาผี
ผีดิบตนนี้ต้องเคยเป็นยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการก่อนตายมาเป็นแน่ และถูกสิงสู่ยามตกตาย แม้จะไร้แรงกดดันเช่นยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ สังขารนี้ก็ยังเคลือบด้วยกฎเคล็ดพลัง
เพราะเช่นนี้ อีกฝ่ายจึงผ่าร่างเจียงผิงอันในการโจมตีเดียวได้
“โฮก~”
ลำคอเน่าเฟะของผีดิบส่งเสียงคำรามไม่น่าฟัง ก้าวเข้ามาโจมตีเจียงผิงอัน
สีหน้าของเจียงผิงอันเคร่งขรึม แม้ผีดิบตนนี้จะไร้พลังเช่นยามก่อนตาย แต่ก็ยังแข็งแกร่ง
จากข้อมูลที่ทราบมา โครงกระดูกของสัตว