“แล้ววันหน้า ไม่ใช่ว่าหากข้าออกไปด้านนอก มีผู้อื่นคิดฆ่าข้า…พอเห็นว่าฆ่าข้าไม่ได้ก็แค่แกล้งโง่เหมือนเจ้าบอกวว่าล้อเล่น ข้าก็ต้องปล่อยพวกมันไปรึไง?”
กล่าวถึงจุดนี้ ต้วนหลิงเทียนก็มองจักรพรรดิอมตะวายุสุดขั้ววด้วยสายตาระอา เอ่ยคําสบถเสียงเย็น “เหลวไหลสิ้นดี!”
“หากเจ้าเป็นข้า เจ้าจะปล่อยไปงั้นหรือ?”
วาจากล่าววถามปิดท้าย เสียงต้วนหลิงเทียนยังเย็นชาปานจะแช่แข็งผู้คน
และคําพูดของต้วนหลิงเทียนก็ทําให้สีหน้าจักรพรรดิอมตะวายุสุดขั้วเปลี่ยนเป็นอัปลักษณ์นั้นยากแต่ไม่นานมันก็ฝืนยิ้มออกมา กล่าวรอมชอมเสียงอ่อนว่า “นายน้อยต้วน เช่นนั้นเห็นแก่ภรรยาของท่านเถอะ…นาจะอย่างไรก็เป็นศิษย์รักของศิษย์น้องหญิง 3 ขาเป็นศิษย์หลานของข้าคนหนึ่งจะว่าไปภรรยาท่านก็เรียกหาข้าว่าอาจารย์ลุงเสมอ”
“พวกเราเองก็ถือว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดไม่น้อยเช่นนั้นขอท่านเห็นแก่หน้าศิษย์น้องหญิง 3 ข้าสักครั้งปล่อยพวกเราไปไม่ได้หรือ?”
จักรพรรดิอมตะวายุสุดขั้วกล่าว
พอจักรพรรดิอมตะวายุสุดขั้วยกอ้างเรื่องนี้ ต้วนหลิงเทียนไม่ได้ตอบอะไรมัน เพียง หันไปมองจักรพรรดิอมตะหนามม่วงแทน
ด้านจักรพรรดิอมตะหนามม่วงพอได้ยินคําของศิษย์พี่รองตัวดี สีหน้านางก็บิดเบี้ยวนัก