เช่นนั้นผู้เฒ่าหัวจึงไม่ไล่ตาม เพียงหันไปมองจ้องจักรพรรดิอมตะหนามม่วงที่ชักสีหน้าอัปลักษณ์อยู่กล่าวผสานพลังออกไปเสียงดังว่า “จักรพรรดิอมตะหนามม่วง ท่านแจ้งไปยังจักรพรรดิสวรรค์ฝูโหย่วเทียนเถอะ… เรื่องนี้พระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ฝูโหย่วเทียนท่านต้องให้คําอธิบายกับเรา!”
กล่าวถึงท้ายยประโยค น้ําเสียงของผู้เฒ่าหัวยังทุ่มต่ํา หนักแน่นนัก
“ขอผู้เฒ่าหัวโปรดวางใจ พระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ผู้โหย่วเทียนเราต้องมอบคําอธิบายให้ท่านพึงพอใจแน่”
จักรพรรดิอมตะหนามม่วงเอ่ยรับคําเป็นมั่นเหมาะ ขณะเดียวกันก็เร่งส่งข้อควาวมไปหาอาจารย์หยางอวินเซียวจักรพรรดิสวรรค์ผู้โหย่วเทียนที่สมควรปิดด่านบ่มเพาะอยู่
ขณะเดียวกัน ด้านต้วนหลิงเทียนก็หันไปมองข่งโย่วอี้ที่ทําหน้าบิดเบี้ยวไม่ไกล คลี่ยยิ้มบางๆกล่าวว่า “ข่งโย่ว พ่อเจ้าเป็ดตูดหนีไปนุ่นแล้ว…ดูเหมือนจะไม่ใยดีลูกชายอย่างเจ้าเท่าไหร่เลย
“ตัวนหลิงเทียน!”
ข่งโย่วอี้หันไปมองต้วนหลิงเทียนด้วยสีหน้าอัปลักษณ์บั้นยาก กล่าวคําเสียงเข้มว่า “ท่านพ่อจึงส่งข้อความมาหาข้า…ท่านพ่อฝากมาบอกเจ้าว่า…หากเจ้ากล้าฆ่าข้า ต่อให้เจ้าจะเป็นนายน้อยของพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ขี้เมียเทียน ท่านพ่อก็ไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่!!”
“เจ้าคงไม่อาจหดหัวอยู่ในพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ขี้เมี่ยเทียนได้ตลอดชีวิตกระมัง?”
กล่าวถึงท้าประโยคน้ําเสียงแววตาของขงโย่วอี้ก็เต็มไปด้วยการข่มขู่
“อ้อ แล้วไง?”