จักรพรรดิอมตะหนามม่วงเหลือบมองไปที่ข่งโย่วอีด้ววยสาตาเฉยเมย พลางถาม
“หือ?”
ได้ยินคําถามของจักรพรรดิอมตะหนามม่วง ข่งโย่วอี้ก็ตกใจไม่น้อย และพอ เห็นรอยยิ้มรังเกียจที่ยกแสยะขึ้นของอีกฝ่าย ในใจก็บังเกิดสังหรณ์อัปมงคลขึ้นมาทันที
“ท่านพ่อ!?”
ข่งโย่วอี้เร่งส่งข้อความหาบิดาทันที แต่หลังจากนั้นสักพัก บิดาของมันก็ยังไม่ตอบกลับและทันใดนั้นเอง
ฟุบ!!
สายลมกรรโชกหอบหนึ่งพัดหวาดไปทั่วหุบเขา จากนั้นก็ปรากฏร่างชราผุดขึ้นเหนือฟ้าต่อหน้าต่อตาทุกคนปานภูตผี การปรากฏตัวในลักษณะดังกล่าว ยังทําให้ทุกคนใจสั่นไปไม่น้อย
และผู้มาก็เป็นชายชราใบหน้าอ่อนเยาว์ และข้างๆยังมีอีกร่างที่หน้าซีดถูกพลังล้อมกักหอบหิ้วเอาไว้
และร่างที่หน้าซีดปานขี้เถ้านั่น ไม่ใช่ว่าเป็นจักรพรรดิอมตะวายุสุดขั้วที่หลบหนีไปก่อนหน้าหรือไร?
สําหรับตัวตนของชายชรานั้น
“คารวะใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์!”
“คารวะใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์!”
ทันทีที่ร่างทั้ง 2 ปรากฏกายย เหล่าผู้อาวุโสของพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ยูโหย่วเทียนที่อยู่รอบๆ ก็เร่งประสานมือโค้งคารวะทักทายด้วยเคารพเร็วไว ไม่มีใครกล้าละเลยแม้แต่น้อย
เพราะชายยยชราที่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมหอบหิ้วจักรพรรดิอมตะววายุสุดขั้วนั้น ก็คือจักรพรรดิสวรรค์ของผู้โหย่วเทียน หยยางอวินเซียว!
เรียกว่าไม่มาคนเดียว แต่จับตัวจักรพรรดิอมตะวายยุสุดขั้วด้วย!
เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิอมตะวายุสุดขั้วไม่อาจหนีเอาตัวรอดได้