ข่งโย่วอี้ได้ยินคําบิดาก็ถึงกับตะลึงอึ้ง “ท่านพ่อ พวกเรายังไม่แน่ใจด้วยซ้ําว่าพวกมันใช่มาจากพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ขี้เมียเทียนจริงๆรึเปล่า ไฉนพวกเราต้องหนีด้วย?”
“ไอ้โง่! เจ้าคิดว่ารอให้แน่ใจแล้วพวกเรายังจะหนีกันได้อยู่หรือ!?”
เสียงของจักรพรรดิอมตะวายุสุดขั้วเต็มไปด้วยความหัวเสีย ในใจของมันตอนนี้เต็มไปด้วยความร้อนรนทั้งไม่ยินยอมถึงขีดสุด มันจักรพรรดิอมตะวายุสุดขั้ว ศิษย์คนที่ 2 ของจักรพรรดิสวรรค์ฟูโหย่วเทียนผู้ที่มากล้นไปด้วยอํานาจอันน่าเกรงขาม วันนี้ถึงกาลฉิบหายได้แต่ระหกระเดินออกจากพระราชวังฟูโหย่วเทียนแล้วหรือ?
“รีบหนีกันก่อน! หากพวกมันไม่ได้มาจากพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ขี้เมียเทียน ก็ไม่สายที่จะย้อนกลับมาภายหลัง!”
“แต่หากพวกมัน เป็นคนของพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์งี้เมียเทียนจริง พวกเราก็จักได้หนีหายปัดความรับผิดชอบไปเสีย! ถึงตอนนั้นรอให้เรื่องมันซาลงก่อน ค่อยหาโอกาสย้อนกลับเข้าพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ฟูโหย่วเทียน!”
เป็นธรรมดาว่าคําพูดดังกล่าว จักรพรรดิอมตะวายุสุดขั้วพูดไปเพื่อปลอบใจลูกชายลมแล้งๆเท่านั้น
หากต้วนหลิงเทียนเป็นคนของพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์เมี่ยเทียนจริง และเป็นถึงนายน้อยน่ากลัววว่าชั่วชีวิตนี้พวกมันพ่อลูกคงไม่มีโอกาสย้อนกลับมาพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ผู้โหย่วเทียนอีกแล้ว
ถึงแม้จักรพรรดิสวรรค์ฟูโหย่วเทียนจะไม่ไล่ล่าพวกมัน แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะยอมรับพวกมันอีก!