และในฐานะที่เป็นพระราชววังจักรพรรดิสวรรค์ของผู้โหย่วเทียน อาคารปลูกสร้าง งทั้งหลายก็แลดูวิจิตรงดงงามทั้งโอ่อ่าไม่ใช่เล่น เพียงมองก็พาลให้ผู้คนรู้สึกถึงความน่าเกรงขามไม่กล้าทําตัวเสียกริยา
ด้วยมีลี่เฟยคอยบอกทาง ต้วนหลิงเทียนก็พาผู้เฒ่าหัวมุ่งหน้าไปยังสถานที่ตั้งค่ายกลเคลื่อนย้ายได้อย่างราบรื่น และไม่นานก็มาถึงพื้นที่ใกล้ค่ายกล
“หืม?”
อย่างไรก็ตามพอมาถึงหุบเขาอันเป็นที่ตั้งศาลาเปิด ที่จัดตั้งค่ายกลเคลื่อนย้ายเอาไว้ ตัวนหลิงเทียนกับพบเรื่องราวผิดสังเกตอยู่บ้าง เพราะที่นี่ไม่มีใครอยู่แม้แต่คนเดียว!
“ทําไมถึงไม่มีใครอยู่เลยล่ะ?”
ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะงุนงง เพราะปกติแล้วถึงศาลาที่ตั้งค่ายกลเคลื่อนย้ายจะไม่ที่ว่าเป็นสถานที่ๆต้องเฝ้าระวังอะไรมาก แต่ก็ต้องมีคนเฝ้าดูแลอยู่คนสองคน เพื่อกันไม่ให้ใครแอบมาเล่นพิเรนทร์อะไรจนค่ายกลเสียหาย
ทว่ามิคาด ศาลาที่ตั้งค่ายกลเคลื่อนย้ายของพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ฝูโหย่วเทียน กลับไม่มีคนเฝ้าแม้แต่คนเดียว
แต่ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ตัวนหลิงเทียนกับผู้เฒ่าหัวกําลังโรยตัวลงจากฟ้า หมายใช้ค่ายกลออกจากที่นี่
ทันใดนั้นเอง!
“นายน้อยระวัง!”
เสียงของผู้เฒ่าหัวพลันโพล่งดังขึ้น จากนั้นเพลิงพลังสีทองก็ปะทุออกมาจากร่างมันปกคลุมรอบกายมันทั้งต้วนหลิงเห็น ที่บัดนี้สีหน้าเปลี่ยนไปอยู่บ้าง