อย่างไรก็ตาม เข้าใจก็เรื่องหนึ่งแต่หวาดเสียวก็อีกเรื่องหนึ่ง พอนึกถึงเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนไปเสี่ยงอะไรมา นางก็อดไม่ได้ที่จะเหงื่อแตกพลั่ก และรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ต้วนหลิงเทียนไม่เป็นอะไร
หากเกิดอะไรขึ้นกับต้วนหลิงเทียน เกรงว่าคงไม่มีทางได้พบกันอีกครั้งอย่างวันนี้
“ตัวเลวร้าย ต่อไปข้าจะไปอยู่กับท่านอาจารย์แล้ว…ข้าคงมาหาเจ้าได้ไม่มาก แต่หากเจ้าอยากเจอข้า ก็ไปหาข้าที่บ้านพักอาจารย์ได้”
หลังอยู่กับต้วนหลิงเทียน 2-3 วัน ลี่เฟยก็รีบร้อนจะไปอยู่ดูแลอาจารย์ของนาง
ในสายตาของลี่เฟย จักรพรรดิอมตะหนามม่วงไม่ต่างอะไรจากมารดาแท้ๆ เช่นนั้นก่อนที่จะต้องจากกัน นางก็อยากอยู่เป็นเพื่อนมารดาให้มากที่สุด เพราะวันหน้าก็เสมือนถูกกําหนดให้ได้พบเจอกันน้อยลง
“ได้สิ”
ต้วนหลิงเทียนก็เห็นด้วยกับการกระทําของลี่เฟย และสนับสนุนนาง
ต่อมาตลอดช่วงเวลา 2 ปี ลี่เฟยก็พยามแวะเวียนมาหาต้วนหลิงเทียนบ้าง และต้วนหลิงเทียนก็ไปหาจักรพรรดิอมตะหนามม่วง ไปลิ้มรสสุราหมื่นบุปผากับจักรพรรดิอมตะหนามม่วงหลายรอบ
กระทั่งต้วนหลิงเทียนถึงกับติดใจในรสชาติสุราหมื่นบุปผาของจักรพรรดิอมตะหนามม่วง
ทําให้เขาอดสงสัยไปพักหนึ่งไม่ได้
ใช่จักรพรรดิอมตะหนามม่วงเอาสุรารสเลิศมาล่อเขารึเปล่า? หมายให้คอเขาติดใจรสชาติสุรา วันหน้าจะได้พาลี่เฟยกลับมาที่นี่เพื่อลิ้มรสสุราบ่อยๆ?
วันเวลาไหลผ่านไปอย่างเงียบงัน
พริบตาเดียว 2 ปีก็ผ่านไป