จักรพรรดิอมตะหนามม่วง มองจักรพรรดิอมตะวายุสุดขั้วพลางกล่าวเสียงเข้ม “คนหนุ่ม ยังมีผู้ใดไม่ใตร้อน…เท่าที่ข้ารู้มา กระทั่งศิษย์พี่รองเองตอนยังเยาว์ไม่ใช่เพราะสตรีบ้านอื่นยอมตาย แต่ไม่ยอมจํานนต่อท่าน ตัวท่านก็ไปฆ่าล้างตระกูลผู้อื่นเขาหรอกหรือ?”
“เทียบกับสิ่งที่ท่านทําในอดีต ต้วนหลิงเทียนเพียงแค่ลงมือตามคําท้าลูกชายตัวดีของท่าน ที่เอาแต่ดูแคลนผู้อื่นไม่หยุด ยังต่างอะไรกับเรื่องขี้ประติ้ว?”
ยิ่งมาน้ําเสียงขณะพูดของจักรพรรดิอมตะหนามม่วงก็ยิ่งเย็นลง
“ทําไม?”
พอได้ยินอีกฝ่ายยกตัวเองมาเปรียบ ใบหน้าจักรพรรดิอมตะวายุสุดขั้วก็จมลงทันที สองตายังฉายแววเยียบเย็นนัก “ศิษย์น้องหญิง 3 เจ้าพูดแบบนี้หรือเจ้าคิดปกป้องมัน! แค่เพราะมันเป็นสามีของศิษย์รักเจ้ารึ?”
“ศิษย์พี่รอง”
จักรพรรดิอมตะหนามม่วงเอ่ยออกเสียงเบา “แค่นั้นก็พอเกินพอ”
จักรพรรดิอมตะวายุสุดขั้วเหลือบมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเฉยเมย พลางพ่นลมสบถอย่างไม่สบอารมณ์ “ศิษย์น้องหญิง 3 หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าของเจ้า วันนี้ถ้ามันอยากมีชีวิตรอดอย่างน้อยๆมันก็ต้องคุกเข่าขอขมาลูกชายยข้า!”
“แต่เพราะวันนี้ข้าเห็นแก่หน้าเจ้า เรื่องคุกเข่าก็ลืมไปเสี แค่มันต้องโค้งหัวขอขมาลูกชายข้าก็พอ!”
“ท่านพ่อ!”
ข่งโย่วอี้ที่ยืนข้างจักรพรรดิอมตะวายุสุดขั้วพอได้ยินคําพูดบิดาก็หน้าเปลี่ยนสีทันที “ข้าไม่คิดปล่อยมันไปง่ายๆแบบนั้น!”