พอโฉมสะคราญเอ่ยจบคํา เหล่าเด็กสาวน้อยใหญ่ก็ร้องโอ้ว จากนั้นก็หวนคืนสู่ร่างวิหกพากัน โผบินหายไปทันที ทิ้งไว้แต่เสียงเจื้อยแจ้วแว่วดังว่า หล่อมาก น่าดูยิ่ง…ฯลฯ
ต่อมาลี่เฟยก็พาต้วนหลิงเทียนเข้าไปในหุบเขา
แรกเข้าหุบเขา กลิ่นหอมจรุงก็โชยเตะจมูกต้วนหลิงเทียนก่อนใดอื่น ให้ความรู้สึกคล้ายบุปผา อะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่เชิง ยังมีกลิ่นเข้มขนราวกับสุราหมักชั้นดี เพียงแค่สูดดมก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลายจิตสงบอย่างบอกไม่ถูก
และในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกําลังสูดหายใจเข้าลึกๆ เสียงลี่เฟยพลันดังขึ้น “นี่เป็นกลิ่นของสุราหมื่นบุปผาอมตะ เป็นสุราอมตะที่ท่านอาจารย์หมักเอง…”
“บุปผาอมตะที่นํามาใช้หมักสุรานั้นปกติแล้วก็มีพลังวิญญาณท่านอาจารย์เองก็ปลูกบุปผาอมตะเหล่านี้เอาไว้เป็นพิเศษ และหากบุปผาอมตะต้นไหนเผยให้เห็นศักยภาพการดูดซับพลังวิญญาณฟ้าดินไม่ธรรมดา ท่านอาจารย์ก็จะนําไปดูแลเป็นพิเศษ เพื่อให้สักวันจะก่อเกิดสํานึกสติและสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้”
“ศิษย์พี่ของข้าคนหนึ่งก็เป็นบุปผาอมตะที่ท่านอาจารย์ปลูกกับมือ…หลังจากจําแลงกายเป็นมนุษย์ได้แล้ว ท่านอาจารย์ก็คอยอบรมสั่งสอน จนวันนี้กลับกลายเป็นจักรพรรดิอมตะสมญานามไปแล้ว ทว่าปกตินางไม่ค่อยอยู่ในพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์สักเท่าไหร่…”
ลี่เฟยกล่าว
“อ้อ”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับทราบ