“อาเฉลี่ยใน สภาพแวดล้อมบ่มเพาะที่นี่ต้องใช้คําว่าโคตรดีเลย…หากข้าได้บ่มเพาะพลังที่นี่ข้าเชื่อว่าไม่ทันไรข้าก็ทะลวงถึงขอบเขตจักรพรรดิอมตะได้ง่ายๆแน่!”
“นั่นสิ! ข้าด้วย!!”
หลังต้วนเนี่ยนเทียนกับหานเฉวี่ยไม่หายตกใจแล้ว แต่ละคนก็ไม่พูดพร่ําทําเพลง โรไปหาที่ว่างแล้วนั่งซุ้มปักลงกับพื้นและเริ่มบ่มเพาะพลังทันที ท่าทางรีบร้อนกลัวไม่ได้ฝึกของทั้งคู่ทําให้คนอื่นๆที่เห็นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างขบขัน
อย่างไรก็ตามทุกคนเข้าใจอาการของทั้งคู่ดี
เพราะตอที่ทุกคนเข้ามาที่นี่เป็นครั้งแรก จะมากจะน้อยก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น “เสี่ยวเฟยเอ๋อ…เจ้าสมควรมีลูกแก้ววิญญาณของคนอื่นๆในตําหนักเมฆาครามใช่ไหม?”
ต้วนหลิงเทียนที่เห็นร่างข้างๆลี่เฟยเอ่ยยถาม
พอได้ยินคําถามดังกล่าว สีห้นาลี่เฟยก็มืดครึมลงทันที “ลูกแก้ววิญญาณในมือพวกเรา 3 คนของคนที่สนิทๆที่ยังอยู่ดีก็มีแค่ลูกแก้ววิญญาณของท่านพ่อท่านแม่และพวกเด็กๆกับเทียนหรูและลุงหรู่เต้าเท่านั้น นอกจากนั้นยกเว้นของมู่อีอี ล้วนแตกไปหมดสิ้นแล้ว”
สีหน้าต้วนหลิงเทียนมืดลงทันใด สองหมัดกําแน่นจนกระดูกลั่น ความเกลียดชังงในใจเสมือนถูกจุดชนวนขึ้นมาอีกครั้ง “อขึ้นชิงเหยียน…สักวันข้าจะให้เจ้าตายไร้ที่ฝัง!!”