“ไม่ทันรู้ตัว ข้าก็มาอยู่พระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ฟูโหย่วเทียนเกือบ 300 ปีแล้ว..รออีกไม่นานให้ข้าบรรลุถึงขอบเขตจักรพรรดิอมตะเมื่อไหร่ ข้าจะได้ออกจากฝูโหย่วเทียนไปตามหาตัวเลวร้าย กับพวกท่านพ่อท่านแม่และซื้อหลิงได้เสียที”
พอสตรีในชุดม่วงปล่อยมือ กิ่งไม้เล็กๆก็แตกเป็นผง ใบไม้ไม่กี่ใบร่วงหล่นลงมา สองตาสตรีชุดม่วงดังกล่าวก็มองจ้องใบไม้ร่วงฉวัดเฉวียนว่อนไปว่อนมากระทั่งร่วงถึงพื้น สายตาแลดูเลื่อนลอยนัก
“พี่สาวเฟยเอ๋อ!”
จนเมื่อมีเสียงเรียกทักหนึ่งโพล่งดังขึ้นจากนอกลานบ้าน สตรีในชุดม่วงที่เหม่อลอยก็ ผงะเล็กน้อยค่อยดึงสติกลับมาเอ่ยขึ้นเบาๆว่า “เฉวี่ยไม่?”
จากนั้นไม่ทันไร ก็ปรากฏสตรีร่างหนึ่งเหินร่างมาหยุดลงบนลานบ้านใกล้ๆต้นไม้อันมีสตรีในชุดม่วงยืนอยู่ หน้าตาสตรีนางนี้นับว่างดงามไม่น้อย ท่วงท่าลักษณะแลดูมีชีวิตชีวาร่าเริงและสีหน้ายังฉายชัดถึงความตื่นเต้นยินดีมากกว่าที่เคย
“เฉวี่ยไน เกิดอะไรขึ้น ไฉนเจ้ายิ้มร่ามาแต่ไกลเลยเล่า?”
สตรีในชุดสีม่วงไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นลี่เฟยที่ออกจากระนาบโลกียะ หนามม่วง เมื่อเกือบ 300 ปีก่อน และมาถึงพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ฟูโหย่วเทียนแห่งนี้
และในตอนนั้น ลี่เฟยก็พาลูกชาย ต้วนเนี่ยนเทียน และหานเฉลี่ยในมาด้วย
“พี่สาวเฟยเอ๋อ ข้าได้รับข้อความจากพี่สาวเทียนหวี่แหล่ะ!