ขณะที่เพิ่งเทียนหวี่กล่าวบอกเรื่องนี้ต่อต้วนหลิงเทียน น้ําเสียงของนางก็หนักอึ้งนัก
ศิษย์น้องหญิงอีอี ขอเจ้าวางใจได้เลย….สักวันข้าจะฆ่าล้างนิกายตั๋วสุ่ยรวมถึงทุกคนที่ทําร้ายเจ้า!”
ต้วนหลิงเทียนลอบสัญญาให้มู่อีอีจากก้นบึงของใจ “ตอนนี้พลังของศิษย์พี่ยังไม่กล้าแข็งพอไม่อาจล้างแค้นให้เจ้าได้อย่างไรก็ตามคนที่หลอมกลืนวิญญาณหมายชิงร่างของเจ้า ได้ตกตายไปแล้ว
“สิ่งนี้ถือเสียว่าเป็นดอกเบี้ยที่นิกายตั๋วสุ่ยต้องจ่ายเถอะ…”
หลังนิ่งคิดไปพักหนึ่งสองหมัดต้วนหลิงเทียนก็กําแน่น สองตาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“นายน้อย”
ผู้เฒ่าหัวที่สัมผัสได้ว่าตอนนี้อารมณ์ของต้วนหลิงเทียนกําลงดิ่งลง และจมอยู่กับความรู้สึกผิดขนาดไหน ก็เร่งกล่าวทักเพื่อเบนความสนใจของต้วนหลิงเทียน ด้วยการเอ่ยถามออกมาว่า “คราวนี้ท่านคิดพาเจ้าเด็กน้อยทั้ง 2 จากเผ่ามังกร ที่มารอพบท่านไปด้วยกันหรือไม่?”
พอต้วนหลิงเทียนกลับมารู้สึกตัว เขาก็ตระหนักได้ว่าเจ้าเด็กน้อยทั้ง 2 จากเผ่ามังกรที่ผู้เฒ่าทั่วเอ่ยถึงคือใคร เป็นเสี่ยวเฮยกับเสี่ยวไปที่ไม่ทราบไปทําอีท่าไหนถึงแอบหนีออกมาจากเผ่ามังกรและมาหาเขาได้นั้นเอง
“อ่า พาทั้งคู่ไปด้วยกันก็ดี”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว
ผู้เฒ่าหัวย่อมไม่ทราบสถานการณ์ภายในโลกใบเล็กของเขา แต่ตัวเขาเองย่อมรู้ดี จึงหวังให้เสี่ยวเฮยกับเสี่ยวไปใช้เวลาบ่มเพาะพลังในโลกใบเล็กของเขาให้คุ้มค่ามากที่สุด