ด้วยเหตุนี้เองสถาที่ตั้งของนิกายตั๋วสุ่ยกับพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์แห่งถั่วสุ่ยเทียนก็เป็นที่เดียวกัน
ฐานะของนิกายตั๋วสุ่ยสําหรับตั๋วสุ่ยเทียนแล้ว ก็คล้ายๆกับเผ่ากิเลนในว่านโช่วเทียน…หากจะ ถามว่าเผ่ากิเลนของว่านโซ่วเทียนแตกต่างจากนิกายลั่วสู่ยอย่างไรก็ต้องบอกว่ามีสถานที่ตั้งถิ่นฐานแยกออกจากพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ของว่านโช่วเทียน
ทว่านิกายลั่วสุยกับพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ของถั่วสุ่ยเทียนเป็นหนึ่งเดียวกัน
“ศิษย์น้องหญิงอีอี”
ในปัจจุบันมู่อีอีกเป็นจอมราชันอมตะ 4 รูปแล้ว และนางยังถูกธิดาเทพของนิกายตั๋วสุ่ยที่เป็นลูกสาวแท้ๆของประมุขนิกายถั่วสู่ยอันพ่วงตําแหน่งจักรพรรดินีสวรรค์แห่งลัวสุ่ยเทียนรับไปเป็นศิษย์อีกด้วย
พอได้พบเจอม่อีอีอีกครั้ง ต้วนหลิงเทียนก็จําม่อีอีแทบไม่ได้
“ศิษย์พี่ต้วน”
ตอนนี้ม่อีอีมาในชุดสีขาวราวหิมะให้ความรู้สึกเย็นชา ปานจะผลักไสผู้คนให้ล่าถอยออกไปนับพันลี้ สิ่งนี้ก็ทําให้ต้วนหลิงเทียนรู้สึกแปลกๆราวกับเบื้องหน้าไม่ใช่ม่อีอี แต่เป็นคนอื่น
ยิ่งไปกว่านั้นตอนกล่าวทักท้วนหลิงเทียนน้ําเสียงของมู่อีอีก็เต็มไปด้วยความเย็นชาไม่แยแสไร้ซึ่งการยกย่องเห็นได้ชัดว่าต่างจากมู่อีอีคนก่อนจากหน้ามือเป็นหลังมือ!
ถึงแม้ม่อีอีจะไม่ได้แลดูยกย่องเคารพต้วนหลิงเทียนเหมือนเมื่อก่อนแต่อย่างไรก็ตามต่อหน้าต้วนหลิงเทียนนางก็ยังทําตัวดี