“เทียนเอ๋อ…ลูกพอจะมีวิธีให้ความคุ้มครองทุกคนหรือไม่?”
“ตอนนี้ยอดฝีมือที่เป็นขุมพลังหลักของนิกายยฉวินซิ่วตกตายไปแทบหมดสิ้นแล้ว อาศัยคนที่เหลืออคิดประคับประคองนิกายให้ดํารงอยู่เกรงว่าคงไม่ไหว แม่เองก็ไม่อาจทําได้”
ลี่หลัวกล่าว
“อาวุโสลี่หลัว!”
ไม่ทันที่ต้วนหลิงเทียนจะทันได้กล่าวตอบคํามารดา เหล่าศิษย์นิกายฉวินซิ่ววที่รอดชีวิตและ เหินลอยตามมาด้านหลัง ก็พร้อมใจกันคุกเข่าลงกลางหาว กล่าวคําออกมาด้วยน้ําเสียงวิงวอน “พวกเราขอเชิญท่านกับแม่นางฮ่วนเอ๋อมาควบคุมสถานการณ์ของนิกายฉวินซิ่วด้วยเถอะ”
ลี่หลัวนั้น อาจไม่มีพลังมากพอจะค้ําจุนทุกคน
อย่างไรก็ตามศิษย์และอาวุโสของนิกายฉวินซิ่วเหล่านี้ ได้เห็นถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวของฮ่วนเอ๋อแล้ว หากได้ยอดฝีมือระดับนี้มาเป็นเสาหลักล่ะก็ นิกายฉวินซิ่วของพวกนางก็จะยกระดับไปครั้งยิ่งใหญ่!
“ข้ากล่าวบอกต่อพวกเจ้าไปแล้ว ว่าเรื่องนี้ข้าไม่อาจทําได้และไม่อยากเอ่ยถึงอีก…วันหน้าข้าไม่อาจรั้งอยู่นิกายฉวินซิ่วได้ ยิ่งฮ่วนเอ๋อยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย”
ลี่หลัวขมวดคิ้วเอ่ยออกเสียงหนัก “แต่ขอให้พวกเจ้าวางใจเถอะ ข้าจะจัดการทุกอย่างก่อนที่จะจากไป พวกเจ้าจะไม่โดนผู้ใดรังแกง่ายๆอีก”
ได้ยินน้ําเสียงเด็ดขาดไม่เหลือพื้นที่ให้เจรจาต่อรองของลี่หลัว เหล่าศิษย์นิกายฉวินซิ่วทั้งหลายก็ได้แต่เม้มปากเงียบ ไม่กล้าพูดอะไรอีก
พวกนางรู้ดี
ว่าพวกนางไม่อาจเปลี่ยนการตัดสินใจของลี่หลัวได้