ต่อมาอาการบาดเจ็บเรื้อรังของอาจารย์ไม่เพียงแต่จะไม่ทุเลาลงเลย กลับทรุดลงเรื่อยๆ สุดท้ายก็ตกตายไป หลัวจึงเลือกที่จะรับช่วงต่อจากอาจารย์ กลายเป็นผู้อาวุโสของนิกาย
นิกายที่ลี่หลัวอาศัยอยู่เรียกว่าฉวินซิ่ว ซึ่งเป็นเพียงขุมกําลังระดับ 7 เท่านั้น ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็เป็นเพียงราชาอมตะ 9 ตําหนัก
ถึงแม้พลังฝึกปรือของลี่หลัวจะดี แต่ก็ทัดเทียมกับผู้อาวุโสทั่วไปของนิกายฉวินซิ่วเท่านั้น
เมื่อไม่นานมานี้ นิกายฉวินซิ่วที่ไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับโลกภายนอกมาก่อน จู่ๆก็ถูกขุมกําลังระดับ 6 ขุมหนึ่งที่เรียกว่า นิกายวิถีอีกา คิดจะมาสยบปราบให้นิกายฉวินซิ่วยอมจํานนเป็นขุมกําลังใต้อาณัติ และศิษย์สตรีของนิกายฉวินซิ่วก็ต้องไปเป็นนางบําเรอให้แก่เหล่าศิษย์ชายของนิกายวิถีอีกา
เรื่องพรรค์นี้ นิกายฉวินซิ่วย่อมไม่มีวันยอม!
ผลของการไม่ยอมจํานนก็คือถูกขุมกําลังระดับ 6 อย่างนิกายวิถีอีกาใช้กําลังบีบบังคับ ไม่เพียงแต่พวกมันจะทําลายนิกายฉวินซิ่วเท่านั้น แต่ยังไล่ล่าศิษย์นิกายฉวินซิ่วทุกคนที่หลบหนีอีกด้วย
ลี่หลัวในฐานะอาวุโสคนหนึ่งของนิกายฉวินซิ่ว ก็ได้พาศิษย์ในนิกายนับสิบกว่าชีวิตหลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ยังถ้ำลึกของภูเขาสูงชันลูกหนึ่งในสถานที่ห่างไกลแบบนี้
“หืม?”
ทันใดนั้นเองพลันมีเสียงความเคลื่อนไหวดังมาจากด้านนอก ยังแว่วน้ำเสียงเย็นชาดังว่า “คนของนิกายฉวินซิ่วหลบอยู่ด้านล่าง…”
สีหน้าสี่หลัวเปลี่ยนไปโดยพลัน