นับเป็นครั้งแรกเลยที่ต้วนหลิงเทียนได้เห็นบิดาไปไม่เป็นแบบนี้ ถึงแม้วนหรูเฟิงจะเร่งส่งเสียงผ่านพลังมาห้าม แต่สุดท้ายเขาก็ยังขายบิดาให้เฟิ่งหวู่เต้าทันที
หลังได้รับทราบสถานการณ์ของต้วนหรูเฟิงแล้ว เฟิ่งหวู่เต้าก็อดอึ้งไปไม่ได้ “มี..มีเรื่องเช่นนี้ด้วย?”
จากนั้นเฟิ่งหวู่เต้าก็มองไปยังต้วนหรูเฟิงด้วยความอิจฉาพักหนึ่ง ค่อยถามออกมาด้วยความกระตือรือร้น “น้องต้วนแล้วองค์หญิงน้อยที่ขี่ม้าขาวมาช่วยเจ้าของเผ่ากิเลนผู้นั้นเป็นเช่นไรบ้าง นางใช่งดงามมากหรือไม่?”
“ท่านพ่อ!”
เฟิ่งเทียนหวู่ที่อยู่ข้างๆพอเห็นสายตาอิจฉาทั้งท่าทางกระตือรือร้นของบิดา ก็ไม่ไหวจะทนโพล่งคําเรียกบิดาออกมาเสียงดัง อาการของบิดานางคืออะไร? ฉิจฉาเรื่องราวของอาเฟิง?
หรือคิดจะหาแม่เลี้ยงให้นาง?
ได้ยินเสียงโพล่งทักของลูกสาว เฟิ่งหวู่เต้าก็สะดุ้งโหยง พลันตระหนักได้ว่าเมื่อครู่ออกอาการมากไปหน่อย หลังกระแอมแก้เขินแล้ว ก็ยิ้มแห้งๆกล่าวเปลี่ยนเรื่องทันที “เรื่องทั้งหมด เทียนหวู่บอกข้ากระจ่างแล้ว…ถึงนิกายอมตะฟ้าสัญจรจะดีไม่น้อย แต่ข้าก็ไม่คิดจะอยู่นิกายอมตะฟ้าสัญจรตลอดไปแต่แรก”
ล้อกันเล่นหรือไร!?
ลุกสาวมันบอกชัดเจน ว่าตอนนี้ว่าที่ลูกของของมันอย่างต้วนหลิงเทียน ได้เป็นถึงนายน้อยแห่งพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์จี้เมี่ยเทียน! โอกาสไปฝึกฝนบ่มเพาะที่พระราชวังจักรพรรดิสวรรค์จี้เมี่ยเทียนอยู่ตรงหน้า!
ยังเป็นโอกาสอันประเสริฐนัก!