การประลองครั้งนี้ แน่นอนว่าจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของตี้หง
หากยังสู้ต่อ ก็เกรงว่าจะเป็นการต่อสู้ถึงตายแล้ว และมันก็คงต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
เป็นธรรมดาว่าก่อนที่มันจะตาย อย่างน้อยๆมันก็ต้องชัดให้จักรพรรดิอมตะเสมอฟ้าดินบาดเจ็บหนักได้เช่นกัน
“หงเฒ่า ข้าเองก็ดูเบาเจ้าไป…”
ซุนหงอคงจับจ้องมองหงด้วยสายตาราวมีกระแสไฟฟ้าแล่นวาบ เอ่ยคําเสียงหนักว่า “ข้าหลงคิดว่าคราวนี้ต่อให้เจ้าใช้ขุนเขาวิญญาณแผดเผานั้น ท่านซุนผู้นี้ก็น่าจะเอาชนะเจ้าได้ไม่ยาก…”
“ไม่คิดเลยว่าพันปีที่ผ่าน จะไม่ได้มีแต่ข้าท่านซุน แต่เจ้าก็พัฒนาขึ้นไม่น้อย”
ซุนหงอคงกล่าว
การประลองวันนี้ไม่เพียงอยู่เหนือความคาดหมายของตี้หงเท่านั้น แต่ยังเหนือความคาดหมายของซุนหงอคงเช่นกัน
“ความก้าวหน้าเพียงเล็กน้อย ไหนเลยคู่ควรให้ยกมากล่าวถึงต่อหน้าความก้าวหน้า ของจักรพรรดิอมตะเสมอฟ้าดินท่าน…”
ตี้หงระบายลมหายใจอย่างทอดถอน “ข้าละหวังว่าสักวันจะได้ปลดเปลื้องภาระผู้นําเผ่ากิเลน และกลายเป็นคนมีอิสระเสรีจะไปไหนก็ไปได้ตามใจเช่นท่านจักรพรรดิอมตะเสมอฟ้าดิน…”
วาจาประโยคนี้ของตี้หง ฟังแล้วก็เผยให้รู้ว่ามันอิจฉาจักรพรรดิอมตะเสมอฟ้าดินนัก
“หงเฒ่า เจ้าอิจฉาข้า ถึงแม้ข้าจะไม่ได้อิจฉาเจ้า แต่เจ้าไม่รู้หรือไรว่ามีกี่คนต่อกี่คนที่อิจฉาเจ้าที่ได้เป็นผู้นําเผ่ากิเลน?”