จังหวะนี้เชวียหงอวี้เองก็หันไปมองต้วนหลิงเทียนเช่นกัน ใบหน้ายังคลี่กางรอยยิ้มสดใสออกมา “ศิษย์หลานต้วน ปุบปับได้พบ ลุงมิทันได้เตรียมของขวัญอันใดให้เจ้าเลย…วันหน้าข้าจักไปเยี่ยมศิษย์หลานต้วนที่พระราชวังจักรพรรดิสวรรค์จี้เมี่ยเทียนทั้งชดเชยให้เป็นอย่างไร?”
เชวียหงอวี้ ที่มาอย่างน่าเกรงขามท่าทางดุร้ายเมื่อครู่ ตอนนี้กลับยิ้มร่ากล่าวคํากับต้วนหลิงเทียนอย่างมากอัธยาศัย ราวกับลืมเลือนเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนสร้างความไม่พอใจให้มันไปหมดสิ้น
“ของขวัญอะไรล้วนไม่จําเป็น”
ต้วนหลิงเทียนส่ายหน้าไปมา จากนั้นก็ชี้ไปยังจักรพรรดิอมตะสมญานาม 2 คนข้างกายโหยวเฟิงอวี้ “2 คนนั่นมันคิดจะฆ่าข้าให้ตายไม่เลิก ก่อนหน้ายังทําราวกับทนรอฆ่าข้าไม่ไหวแล้วด้วยซ้ำ”
“แน่นอนว่าหลานชายของจักรพรรดิสวรรค์เชวียเองก็แทบจะทนรอฆ่าข้าให้ตายไม่ไหวแล้วอีกคน…แต่เห็นแก่หน้าท่าน เช่นนั้นข้าไม่ถือสาหาความหลานท่านสักครั้งก็ได้”
“แต่เจ้า 2 คนนั่น ดูเหมือนจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับท่านทางสายเลือดอะไรกระมัง?”
กล่าวถึงท้ายประโยคต้วนหลิงเทียนก็มองจ้องเชวียหงอวี้ตาเขม็ง
ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนมีความรู้สึกราวกับจะสั่งให้เอาขนไก่ไปทําลูกศร รู้สึกดีไม่ใช่น้อย!
(เอาขนไก่ไปทําลูกศร = ผู้มีอํานาจหาข้ออ้างเพื่อแสดงอํานาจ)