โหยวเฟิงอวี้เอ่ยออกเสียงหนัก “ท่านเองก็สมควรทราบดีกระมัง…ว่าท่านตาของข้าเป็นจักรพรรดิสวรรค์แห่งอู๋หยาเทียน”
“ฮ่าๆๆ…”
ผู้เฒ่าหัวหันไปมองโหยวเฟิงอวี้พลางระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น จากนั้นก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเฉยเมย “หากไม่ใช่เพราะรู้ว่าเจ้าเป็นหลานของจักรพรรดิสวรรค์แห่งอู๋หยาเทียน เจ้าคิดหรือ ว่าตอนนี้เจ้ายังจะเหลือลมหายใจมาพล่ามสามหาวกับข้า? หรือคิดว่าข้าแค่อยากฆ่านั่งเฒ่านั้น แต่ไม่สนใจจะฆ่าเจ้า?”
พอกล่าวจบคํา มุมปากของผู้เฒ่าหัวก็ยกยิ้มแสยะแดกดันขึ้นมา
“ท่าน…!”
สีหน้าโหยวเฟิงอวี้ เปลี่ยนไปใหญ่หลวง ลูกตามันยังหดเล็กลงแทบปิดไม่คิดเลยว่าชายชราเบื้องหน้าจะรู้ฐานะมันอยู่แล้วว่าเป็นหลานของจักรพรรดิสวรรค์
อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายรู้ทั้งรู้ แต่ยังออกหน้าช่วยเหลือต้วนหลิงเทียน?
หรือไม่ทราบว่าต้วนหลิงเทียนไม่เพียงแต่จะล่วงเกินวังเทียนฉือของมัน แต่ยังล่วงเกินตาของมันที่เป็นจักรพรรดิสวรรค์แห่งอู๋หยาเทียนด้วย?
อย่างไรก็ตามพอคิดได้ว่ามันได้เร่งรุดส่งข้อความไปแจ้งตาของมันแล้ว และอีกฝ่ายก็ตอบกลับมาว่ากําลังเร่งรุดมาที่นี่ โหยวเฟิงอวี้ก็ฟื้นคืนความมั่นใจขึ้นมาทันที “ข้าอยากจะรู้นัก ว่าพอท่านตามาถึง ไอ้แก่นยังจะกล้าอวดดีเช่นนี้อยู่หรือไม่!”
ถึงแม้พลังฝีมือของชายชราในชุดคลุมแดงจะไม่ใช่ชั่ว แต่หากจะให้เทียบกับตาของมัน อีกฝ่ายยังคงห่างชั้นอยู่บ้าง