หลังคิดถึงจุดนี้ เฟิงเทียนหวู่ก็หันไปกล่าวกับต้วนซื่อหลิงว่า “ซื่อหลิง พวกเราเร่งเดินทางไปพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์แห่งจี้เมียเทียนกันเถอะ…ตอนนี้มันผ่านไปร้อยกว่าปีแล้ว ไม่แน่ปานนี้ ท่านพ่อของเจ้าอาจจะอยู่ในพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์จี้เมียเทียนแล้วก็เป็นได้”
“ท่านพ่อ…”
ใบหน้าต้วนซื่อหลิงชะงักนิ่งค้างไปพักหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มฉายชัดถึงความคิดถึงออกมา ถึงแม้ว่าความทรงจําจะเลือนรางแสนห่างไกล แต่นางก็ยังจดจําความยิ่งใหญ่ของบิดาได้อย่างชัดเจน
“ท่านพ่อเก่งกล้าสามารถและสร้างปาฏิหาริย์ได้ตลอด…หากมีท่านพ่ออยู่ล่ะก็ พวกเราไม่ต้องกลัวนิกายอมตะทะเลเยือกแข็งแน่!”
ต้วนซื่อหลิงกล่าวพึมพําออกมาด้วยสองตาเชื่อมั่น เห็นได้ชัดว่าในใจของนางยึดถือผู้เป็นบิดาว่าเก่งกล้าสามารถเหนือใคร
อย่างไรก็ตาม ด้านเฟิงเทียยนหวู่หลังได้ยินคํากล่าวพึมพําของตัวนซื่อหลิง นางก็อดยิ้มออกมาอย่างอื่นขมไม่ได้…ถึงแม้นางก็เชื่อมั่นในตัวชายคนรักอย่างพี่ใหญ่ตัวนของนางมาก และอีกฝ่ายมักสร้างความประหลาดใจให้นางอยู่เสมอ แต่พี่ใหญ่ตัวนที่ดิ้นรนอยู่ในระนาบเซียนเพียงลําพังตอนนั้น ในเวลาไม่กี่ปีจะเปลี่ยนแปลงไปได้สักกี่มากน้อย…
หากนางกับตัวนซื่อหลิงไม่เคยได้รับการชําระขัดเกลาจากพลังวิญญาณฟ้าดินในบรรยากาศของระนาบเทพ เกรงว่าพวกนางคงไม่อาจมาถึงจุดนี้ได้ในเวลาไม่กี่ร้อยปี
เช่นนั้นเฟิงเทียนหวู่จึงรู้สึกไปตามจิตใต้สํานึก