และในพื้นที่เล็กๆดังกล่าว ห้วงอากาศคล้ายหยุดเคลื่อนไหว กระทั่งละอองเย็นที่ซ่านกระเซ็นมา ก็หยุดลงกลางหาวจนเห็นเป็นละอองกลมใสนับไม่ถ้วนอย่างน่าอัศจรรย์
เรียกว่ายกเว้นตัวมือกระบี่หญิงที่เคลื่อนไหวแล้ว สรรพสิ่งใดล้วนไม่เคลื่อนไหว ราวกับห้วงเวลาจุดนี้ถูกผนึกแข็งจนหยุดเดินอย่างไรอย่างนั้น!
ฟัฟฟ!
ทันใดนั้น กระบี่ในมือเรียวพลันตวัดฟันออกไปอีกครั้งด้วยคววามเร็วสูงล้ํา เห็นเป็นประกายแสงสายหนึ่งแล่นวาบตัดอากาศไปฉับไว ดั่งมังกรโจนทะยานข้ามม่านเมฆ! ตัดทําลายหยดน้ําเล็กๆนับไม่ถ้วนเป็นสองเสี่ยงผ่ากลางอย่างร้ายกาจ!!
พริบตาต่อมา ห้วงเวลาคล้ายเริ่มเดินต่อ ละอองเย็นพร่างพรมลงมา หอบหิ้วความเย็นสบายมาส่งถึงร่างมือกระบี่สาว
“ซือหลิง กฏเวลาของเจ้ามีความก้าวหน้าอีกแล้ว กระบี่ผสานความลึกซึ้งหยุดนิ่งเมื่อครู นับว่าร้ายกาจไม่เบาที่เดียว”
ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่ สตรีในชุดแดงเพลิงที่ชมดูเรื่องราวข้างๆ ได้มาหยุดยืนอยู่ข้างๆมือกระบี่สาว หลังเห็นอีกฝ่ายฟันหยดน้ําที่ถูกหยุดในอากาศนับอนันต์จนสะบั้นในกระบี่เดียว ก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความชื่นชม
“น้าหวู่”
มือกระบี่สาวรั้งกระบี่มาคอนไว้ข้างกาย ท่วงท่าสภาวะแลดูกล้าหาญไม่ธรรมดา ชุดสีม่วงอ่อนของนางช่างตอบรับกับผิวขาวกระจ่าง หว่างคิ้วยังแผ่ความองอาจออกมาไม่น้อย ผสมผสานกับความงามของพวกแก้วสคราญได้อย่างลงตัวนัก