สิ่งที่จื้อเหนียนคิดจะสื่อ เชวียอวิ๋นเทียนไหนเลยจะไม่รู้ได้?
ในสายตามันยังเห็นอีกด้วย ว่าไม่อาจรั้งอยู่ในเผ่ามังกรได้นาน หากนานเข้าไม่พ้นขุมกําลังคู่อรทั้งหลาย คงได้ปิดกั้นทุกช่องทาง ไม่ให้มันพาเสี่ยวจินกลับไปถึงหุบจันทร์โลหิตได้แน่!
“แล้วรอบนี้ท่านพาผู้ใดมาบ้างเล่า?”
จื่อวี่เหนียนเอ่ยถาม
“มีผู้พิทักษ์หลักทั้ง 2 แห่งหุบจันทร์โลหิต นอกจากนั้นก็มีอาวุโส 2 กับอาวุโส 3”
เชวียอวิ๋นเทียนกล่าว
ได้ยินคําพูดของเขวียอวิ๋นเทียน ลูกตาจื้อเหนียนอดไม่ได้ที่จะหดเล็กลงอยู่บ้าง
ขณะเดียวกัน ด้านต้วนหลิงเทียนก็ได้ยินเสียงผ่านพลังหนึ่งส่งตรงถึงหู เป็นเสี่ยวไป๋ที่กล่าวไขสิ่งที่เขากําลังสงสัยพอดี “พี่ใหญ่หลิงเทียน ในหุบจันทร์โลหิต ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือจ้าวหุบเขาผู้นี้ นอกจากนั้นก็มีผู้พิทักษ์หลักทั้ง 2 ที่มีพลังฝีมือทัดเทียมกับผู้อาวุโสใหญ่เผ่ามังกรเรา นอกจากนั้นผู้อาวุโสลําดับ 2 กับผู้อาวุโสลําดับ 3 ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าอาวุโสหลักสักเท่าไหร่”
“กล่าวได้ว่าการมาเผ่ามังกรครั้งนี้ของจ้าวหุบจันทร์โลหิต ได้พาเสาหลักของหุบเขาจันทร์โลหิตออกมาเกือบหมด เหลืออาวุโสลําดับ 1 เฝ้าระวังหีบจันทร์โลหิตแค่คนเดียวเท่านั้น”
คําพูดของเสี่ยวไป๋ ทําให้ต้วนหลิงเทียนตระหนักได้ทันที ว่าการมารับเสี่ยวจินครั้งนี้ของจ้าวหุบจันทร์โลหิต นับว่าเป็นการมาอย่างเอิกเกริกไม่น้อย กระทั่งยังส่งระดับเสาหลักออกมาเกือบทั้งหมด