อย่างไรก็ตาม หลังจี้หนิงอวิ๋นพาทุกคนไปยังที่พักแล้ว เสี่ยวจินที่นั่งอยู่ข้างๆต้วนหลิงเทียนกับฮ่วนเอ๋อ ก็กล่าวตอบเสี่ยวเฮยกับเสี่ยวไป๋ที่เอาแต่มองจ้องไม่วางตามาตลอดทันที “ที่ข้าวิวัฒนาการเป็นหนูเทพสังหาร 9 ยมโลกได้ ก็เพราะไปสมรภูมิอเวจีมาน่ะ”
“พูดไปแล้วข้าก็นับว่าโชคดีจริงๆ”
“ไม่คิดเลยว่าการกลืนกินพยัคฆ์เทพวารีพิสุทธิ์ของเผ่าพยัคฆ์ขาว จะทําให้สายเลือดข้าพัฒนาไปครั้งใหญ่”
สําหรับเสี่ยวเฮยกับเสี่ยวไป๋ เสี่ยวจินไม่มีอะไรต้องปิดบัง
ถึงแม้จี้หนิงอวิ๋นจะอยู่ด้วย นางก็ไม่คิดจะปกปิด เพราะมันไม่จําเป็น อย่างไรเสียอีกฝ่ายก็ไม่มีทางคิดร้ายกับนางแน่
ที่สําคัญ เผ่าพยัคฆ์ขาวในระดับหนึ่งยังถือว่าเป็นศัตรูของเผ่ามังกรแห่งว่านโช่วเทียนมายาวนาน แม้จะไม่ถึงขั้นต้องฆ่ากันให้ตายไปข้าง แต่ก็ไม่มีทางมานั่งคุยกันดีๆได้
“พยัคฆ์เทพวารีพิสุทธิ์!?”
ได้ยินคําตอบของเสี่ยวจิน จี้หนิงอวิ๋นกับเสี่ยวไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจอยู่บ้าง
มีก็แต่เสี่ยวเฮยที่ไม่รู้ว่าพยัคฆ์เทพวารีพิสุทธิ์มีความหมายอะไร ดังนั้นจึงไม่ได้แลดูแปลกใจอะไรมากมาย แต่มันก็พอเดาได้รางๆว่าอีกฝ่ายสมควรเป็นสัตว์เทพ
หาไม่แล้ว คงเป็นไปไม่ได้ที่เสี่ยวจินไปกลืนกินผู้อื่น แล้วจะกลายเป็นหนูเทพสังหาร 9 ยมโลกไปได้
“ข้าไม่คิดเลยว่า ที่แท้จะปรากฏพยัคฆ์เทพวารีพิสุทธิ์ขึ้นในเผ่าพยัคฆ์ขาวรุ่นนี้แล้ว…”