ในปัจจุบัน นางก็จับจ้องมองไปยังร่างสตรี 2 คนที่ลอยเผชิญหน้ากันกลางหาวไม่วางตาเช่นกันหนึ่งในนั้นแลดูดั่งลูกคุณหนูแสนอ่อนโยนมาในชุดคลุมสีขาวราวหิมะแรกฤดูหนาวอีกคนมาในชุดทองอร่ามท่าทางแลดูราวกับคุณหนูแก่นแก้วจากตระกูลร่ํารวย
“เสี่ยวจินน่ะ ไม่ได้มาแค่ท้าประลองกับเสี่ยวไปอย่างเดียวหรอก”
อย่างไรก็ตาม พอต้วนหลิงเทียนได้ยินคําพูดของเซียง เขาก็ส่ายหัวไปมาพลางหัวเราะ
ในขณะที่จี้หนิงอวิ๋นกับจี้เชียงอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าไฉนวนหลิงเทียนจึงพูดแบบนี้ ต้วนหลิงเทียนก็กล่าวเสริมออกมาว่า “วันนี้ที่เสียวจินมา นางคิดจะประลองกับเสียวเฮยและเสียวไป…”
“กระทั่งนางยังคิดจะประลอง 1 ต่อ 2 กับเสี่ยวเฮยและเสี่ยวไปอีกด้วย”
ทันทีที่ต้วนหลิงเทียนเอ่ยประโยคนี้ออกมา ทั้งจี้เซียงและจี้หนิงอวิ๋นก็อึ้งไปตามๆกัน ยากจะดี งสติกลับมาได้อยู่นาน
“เฮ เสี่ยวเฮย เจ้ายังยืนที่มอะไรอยู่ตรงนั้นเล่า มาๆๆ! มาร่วมมือกับเสี่ยวไปแล้วให้ข้าชี้แนะเสียดีๆให้เสี่ยวไปเจอกับข้าคนเดียวนางไม่ไหวหรอก ยังไม่รีบมาช่วยน้องสาวคนดีของเจ้าอีก!”
จนเมื่อเสียงท้าทายด้วยความมั่นใจของเสี่ยยวจินดังขึ้น จึงปลุกสติจี้เซียงกับจี้หนิงอวิ๋นให้ตื่นจากอาการเหม่อลอย
“เสี่ยวจิน ต่อให้เจ้าไปพบพานการผจญภัยสุดวิเศษอะไรในสมรภูมิอเวจีมา แต่นี่เจ้าจะไม่ถือ ดีเกินไปหน่อยรึไง?”