่ออีกฝ่ายไม่คิดตั้งใจสู้ ก็ตายซะ
จินตี๋ถูกลากตัว มิอาจหนีพ้น ก็หงุดหงิดขึ้นมา “คิดจริง ๆ หรือว่าข้าฆ่าเจ้ามิได้!”
เขาแค่ไม่อยากให้ตนเองบาดเจ็บสาหัส หาใช่ฆ่าอีกฝ่ายมิได้อย่างแท้จริง
“ในเมื่อเจ้ารนหาที่ ข้าก็จะสงเคราะห์ให้!”
จินตี๋เก็บความคิดหลบหนี ตนก็รู้แก่ใจว่าหากไม่ตั้งใจต่อสู้ เขาก็อาจตายที่นี่จริง ๆ
มือสังหารจินตี๋ระเบิดพลังต่อสู้แท้จริง เคล็ดพลังอันยิ่งยงทำให้ทุกการโจมตีของเขารุนแรงประหนึ่งหมัดทำลายล้าง
นี่เป็นเพราะเขายังไม่บรรลุเคล็ดพลังอย่างสมบูรณ์ หากเขาทำเช่นนั้นได้ จะแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้อีก
ทั้งสองปะทะกันครั้งแล้วครั้งเล่า วิชาลับสูงสุดถูกปลดปล่อยต่อเนื่อง กลิ่นคาวโลหิตคละคลุ้งทั่วฟ้า
เป็นเช่นนี้หนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม แล้วโล่อัสนีทมิฬคุ้มกายกับเกราะรบจำนงศึกของเจียงผิงอันก็ถูกระเบิดแตก ท่อนกระดูกร้าวหัก
วิชาเยียวยาของเขารักษาตามไม่ทัน ทำให้การฟื้นฟูร่างกายเป็นไปอย่างเชื่องช้า ริมฝีปากกระอักเลือดอย่างต่อเนื่อง
“เจ้าลองกำแหงอีกสิ! มีไพ่ตายอะไรอีกก็ใช้ออกมา! ยังอยากคิดสู้กับผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการ? เจ้ามันนับเป็นอะไร!”
จินตี๋แค่นยิ้มเย้ย แม้เขาจะบาดเจ็บ ก็ยังอาการดีกว่าเจียงผิงอันมากนัก
ทว่า รอยยิ้มบนใบหน้าจินตี๋พลันชะงัก
เขาพบว่ามีบางสิ่งในตัวกำลังบ่อนทำลายเขาอยู่
กฎทำลายล้าง?
มิใช่ พิษต่างหาก!
เขาถูกพิษแต่ยามใด?
ยามนั้นเอง จินตี๋จึงสังเกตเห็นว่าหมอกสีขาวซึ่งออกมาจากมือของเจีย