แน่นอนว่ากรณีของต้วนหลิงเทียนนั้น ทั้งหมดเป็นเพราะเขาได้รับเทพเบญจธาตุมาตั้งแต่สมัยที่เทพเบญจธาตุนั้นมีระดับต่ำ ความหยิ่งผยองลําพองอะไรถึงจะมี แต่ก็ยังไม่มากเท่าเทพเบญจธาตุระดับขึ้นสูงๆ ไม่ต้องกล่าวถึงสถานการณ์ที่ค่อนข้างบีบบังคับพวกมันให้ตัดสินใจด้วยเลย
สําหรับวารีเทพชําระโลกาที่มาพบเจอในภายหลังนั้น แน่นอนว่าตอนแรกนางก็หยิ่งยโสไม่น้อย แต่เนื่องจากกิ่งพฤกษาเทพกําเนิดชีพในโลกใบเล็กของต้วนหลิงเทียน ดันไปดูดซับพฤกษาเทพกําเนิดชีพที่เป็นของอดีตร่างต้นนางที่ตายตกไป ซ้ำนางก็ปรารถนาจะมีชีวิตรอดและหลบหนีออกจากซากระนาบเทพนั่นเป็นทุน เช่นนั้นนางก็ได้แต่เลือกจะวางอัตตาลง แล้วอยู่ร่วมกับเทพเบญจธาตุคนอื่นๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวนางก็ถือได้ว่าเป็นแค่ผู้มาทีหลังเท่านั้น
“ในสมรภูมิอเวจี เผลอๆอาจจะไม่มีเทพเบญจธาตุขั้น 8 อยู่เลยก็ได้”
ต้วนหลิงเทียนหัวเราะ
“อีกทั้งต่อให้มีแล้วจะอย่างไร? หรือว่าก่อนที่เทพเบญจธาตุในร่างมันจะเล่นงานเทพเบญจธาตุในร่างข้า ตัวข้าจะฆ่าร่างต้นของมันก่อนไม่ได้เชียว? ทันทีที่ข้าฆ่าร่างต้นมันได้…พอถึงตอนนั้นอย่างดีมันก็แค่ทําได้ปกป้องตัวเองเท่านั้น และพลังงานมันหมดเมื่อไหร่ ก็ได้แต่รอให้เทพเบญจธาตุในร่างข้ากลืนกินเท่านั้น”
กล่าวถึงจุดนี้ สองตาต้วนหลิงเทียนก็ฉายประกายเยียบเย็นขึ้น
เรื่องนี้เขาก็ได้หารือกับวารีเทพชําระโลกามาแล้วเช่นกัน ว่าหากเจอศัตรูดังกล่าวจะทําอย่างไร