กล่าวถึงจุดนี้สองตาเสี่ยวจินก็ทอประกายวูบวาบ “จึงกล่าวได้ในระดับหนึ่ง ว่าผู้ที่สามารถทลายขีดจํากัดยศแต้มรบ และมียศแต้มรบมากกว่า 4,000 แต้มในตารางจัดอันดับได้นั้น ถูกผู้คนส่วนใหญ่สงสัยว่าพวกมันเป็นผู้ที่ถือครองเทพเบญจธาตุ”
“มีผู้คนไม่น้อยที่เร่งแจ้งเรื่องนี้กลับไปยังขุมกําลัง และตามล่าหาตัวตนพวกมันเป็นการใหญ่ หมายปล้นชิงเทพเบญจธาตุของพวกมัน เพราะสิ่งนี้กระทั่งจักรพรรดิสวรรค์ยังไม่อาจอดใจได้ไหว”
“แน่นอนว่าปกติแล้วไม่มีผู้ใดสามารถสืบหาตัวตนของพวกมันได้เลย เว้นแต่จะมีคนโง่ทะลึ่งใช้ชื่อจริง”
“ปกติไม่มีผู้ใดครอบครองเทพเบญจธาตุแล้ว กล้าใช้ชื่อจริงเข้ามาในสมรภูมิอเวจีแน่นอน”
“ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ยังจะมีใครล่วงรู้ตัวจริงของพวกมันได้ เว้นแต่พวกมันจะเปิดเผย ออกมาเอง? เช่นนั้นพวกมันยังต้องกลัวอะไร แถมกล่าวไปกลายๆ สมรภูมิอเวจีก็เสมือนสถาน ที่ๆให้พวกมันได้ปลดปล่อยพลังอํานาจของเทพเบญจธาตุออกมาตามอําเภอใจ เข่นฆ่าผู้คนได้อ ย่างไร้กังวล!!”
“นอกจากนั้น ในสมรภูมิอเวจียังมีสิ่งที่พิเศษอีกอย่างเรียกว่าการแปลงร่าง” ท่านแค่อาศัยห นึ่งห้วงคิดว่าจะแปลงกายเป็นอะไร ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตาหรือกลิ่นอายก็สามารถปลอมแป ลงให้ต่างไปจากเดิมได้ราวพลิกฟ้าคว่ำดิน ไม่มีใครสามารถจดจําตัวตนของท่านได้แน่”