ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมาก่อนโดยไม่รู้ตัว จากนั้นสองตาพลั่นทอประกายเรื่องขึ้นวูบหนึ่ง หยีตาเอ่ยถามออกไปว่า “หรือว่า…อาวุโสจื้อวี่เหนียนกับจักรพรรดิสวรรค์ที่มาจากเผ่ามังกรผู้นั้น จะมีสัมพันธ์อันดีต่อกัน?”
“อาวุโสจื้อวี่เหนียนเป็นทายาทสายตรงของจักรพรรดิสวรรค์ที่ว่า….และจักรพรรดิสวรรค์คนนั้นก็เป็นปู่ทวดของอาวุโสจื้อวี่เหนียน”
เสี่ยวจินยิ้มกล่าว “นอกจากนั้นตอนยังเด็ก อาวุโสจื้อวี่เหนียนก็ถูกจักรพรรดิสวรรค์ที่เป็นปู่ทวดผู้นั้น พาไปบ่มเพาะฝึกฝนที่พระราชวังจักรพรรดิสวรรค์หลายปี วางรากฐานไว้ที่นั่นอย่างแน่นหนา นับว่ามีความสัมพันธ์กับพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์แห่งนั้นไม่ใช่เล่นๆเลย”
“แล้วพี่ใหญ่ท่านคิดว่าจักรพรรดิสวรรค์แห่งอู๋หยาเทียนจะกล้าแตะต้องอาวุโสจี้หรือไม่เล่า? ให้มันแกร่งกว่าแล้วอย่างไร มันสู้ปู่ทวดอาวุโสจี้ได้หรือ? เรื่องนี้ในแวดวงจักรพรรดิสวรรค์แล้วไม่ใช่ความลับอะไรเลย”
เสี่ยวจินกล่าวออกมารวดเดียวจบ
หลังได้ยินเรื่องราวจากเสี่ยวจิน ต้วนหลิงเทียนก็ตระหนักได้ทันทีว่าที่แท้เป็นเรื่องราวใด และไฉนอาวุโส 4 อย่างจี้หนิงอวิ๋นไม่ได้แลดูเป็นกังวลกับความปลอดภัยของอาวุโสจื้อวี่เหนียนแม้แต่นิดเดียว
นอกจากนั้นพอรวมกับท่าทีเฉยเมยไร้แยแสของอาวุโสจื้อวี่เหนียน หลังได้ยินคําขู่ของจ้าววังเทียนฉือว่าจักรพรรดิสวรรค์กําลังจะมา…เขาก็เข้าใจทั้งหมดแล้ว