เมื่อเห็นร่าง 2 ที่ทยอยกันปรากฏตัวออกมา ฉือหย่าซีก็กล่าวพึมพําออกมาเบาๆ สองตาดั่งสารทฤดูหดเล็กลงทันที
ฟุบ!
ต่อมาจักรพรรดิอมตะเหลยอิงที่พึ่งรับประทานโอสถอมตะและเดินพลังรักษาตัวไปรอบหนึ่ง ก็เห็นร่างมาหยุดขวางเบื้องหน้าฉือหย่าซีอีกคน ยังมองถามฉือหย่าชีด้วยสีหน้าถือไพ่เหนือกว่า “ฉือหย่าชี อย่าได้พยายามให้เปล่าประโยชน์เลย..หรือเจ้าคิดว่าอาศัยเจ้าเพียงลําพังจักรับมือพวกเรา 4 คนได้จริงๆ?”
ทั้ง 3 จักรพรรดิอมตะสมญานามที่พึ่งปรากฏตัวออกมา ไม่ว่าใครพลังฝีมือก็ไม่ได้ด้อยกว่าเหลยอิงทั้งนั้น
และจักรพรรดิอมตะสมญานามทั้ง 3 ก็เป็นคนของจักรพรรดิสวรรค์แห่งอู๋หยาเทียน!
“เจ้าน่ะหรือคือฉือหย่าชี? อัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์วังเทียนฉือ อายุได้พันปีที่กลายเป็นจักรพรรดิอมตะสมญานามแล้ว?”
ชายวัยกลางคนร่างหนา จักรพรรดิอมตะผลาญเผา มองถามฉือหย่าชีเสียงดังโผงผางพลางยิ้ม “น่าเสียดาย แต่หากพวกเรา 3 คนร่วมมือกัน อย่าว่าแต่เจ้า…ต่อให้เป็นจ้าววังเทียนฉือของเจ้าก็มิใช่คู่มือของพวกเรา”
“คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจ้าววังจะขอความช่วยเหลือจากพวกเจ้า”
สองตาฉือหย่าชีทอประกายเรืองขึ้นวาบหนึ่ง พอกล่าวออกอีกครั้งน้ำเสียงก็ฟังดูจริงจังนัก สีหน้าไม่อาจเฉยเมยไร้แยแสเหมือนตอนที่เผชิญหน้ากับจักรพรรดิอมตะท่องว่างเปล่าคนเดียวอีกต่อไป