“กระทั่งจักรพรรดิอมตะสมญานามอีก 5 คน ยังติดตามอยู่ด้านหลังมั่นกับเผยหยวนจี๋”
กล่าวถึงประโยคท้าย โหยวเฟิงอวี้ก็มองจ้องฉือหล่างตาเขม็ง “เท่าที่ข้าทราบมา ศิษย์คนที่ 7 ของเจ้ายังพึ่งเข้าร่วมกับพวกเราไม่นาน…พื้นเพความเป็นมาของมัน เจ้ารู้หรือไม่? เท่าที่ข้าดูมันไม่พ้นมาที่นี่เพื่อช่วยเผยหยวนจี๋โดยเฉพาะ! แฝงตัวเข้าวังเทียนฉือเรามาช่วยคน!!”
“หากไม่ใช่มั่นเตรียมการมาแต่แรก ไฉนมันถึงช่วยให้เผยหยวนจี๋กับคนอื่นๆทําลายค่ายกลและข่ายอาคมจนหลุดออกมาได้?”
“ถึงแม้ตอนนี้ค่ายกลในเรือนจําจะพังทลายไปแล้ว แต่ค่ายกลสอดส่องเฝ้าระวังด้านในยังทํางานอยู่ ถึงจะไม่อาจส่งเรื่องที่บันทึกไว้ด้านในออกมายังโลกภายนอกได้โดยตรง แต่บัดนี้มีอาวุโสในคุกหมื่นพันธนาการที่ได้ดูเรื่องราวที่บันทึกไว้จากค่ายกลสอดแนมด้านในออกมานอกคุกแล้ว”
โหยวเฟิงอวี้กล่าวถึงจุดนี้ เสียงก็กลายเป็นเย็นลงปานจะแช่แข็งผู้คน “ข้าได้รับแจ้งว่าฉากเรื่องราวในบันทึกที่ว่า เป็นศิษย์คนที่ 7 ตัวดีของเจ้า หลังจากขึ้นไปชั้น 3 ได้ 5 วัน อยู่ดีๆเผยหยวนจี๋กับจักรพรรดิอมตะสมญานามอีก 5 คนก็สามารถทําลายค่ายกลออกมา ก่อนลงมาจากชั้น 3 พร้อมศิษย์เจ้า พวกมันยังหยุดสนทนากันด้วยซ้ำ”
“และในระหว่างที่มันออกจากเรือนจํา ชั้น 2 ก็เป็นศิษย์ตัวดีของเจ้าเตะศิษย์อัจฉริยะจนปลิวด้านผู้อาวุโสหงที่อยู่ชั้น 1 ก็โดนจักรพรดริอมตะน้ำแข็งทมิฬ เฉวียนปิง ฆ่าทิ้งในพริบตา!”