ตอนนี้เองต้วนหลิงเทียนก็หันไปกล่าวกับเผยหยวนจี๋รวมถึงจักรพรรดิอมตะสมญานามอีก 5 คน “พอดีข้ามีเรื่องคับข้องใจกับเหลยจจิ้นผู้นี้เช่นนั้นให้ข้าสะสางความแค้นกับมันก่อนแล้วค่อยไปได้หรือไม่? หรือพวกท่านจะล่วงหน้าไปทําลายค่ายกลที่จัตุรัสสิ้นสุดก่อนก็ได้”
“ไม่รีบ”
เผยหยวนจี๋คลี่ยิ้มบางๆ “เรื่องราวใดๆในนี้ล้วนถูกค่ายกลปิดกั้นหมดสิ้น โลกภายนอกมิอาจรู้อันใดได้…เจ้าค่อยๆสะสางเรื่องราวของเจ้า แล้วพวกเราค่อยไปก็ได้”
ค่ายกลในคุกหมื่นพันธนาการนั้นปิดกั้นทุกสิ่งอย่างภายในคุก ทําให้ไม่อาจติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกได้เลย ไม่ว่าจะทางใด
ดังนั้นต่อให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นด้านใน หากไม่มีใครแจ้นไปนอกคุกแล้วส่งข่าว ก็ไม่มีทางที่โลกภายนอกจะล่วงรู้เรื่องราวภายในคุกได้
“เจ้าหนูตัวนหลิงเทียน จักว่าไปข้าเองก็อยากเห็นเจ้าลงมือสักครา…ตอนนี้ในเมื่อมีโอกาสแล้ว ก็จัดไปให้พวกเราสมใจทีเถอะ!”
ชายชราร่างอ้วน จักรพรรดิอมตะอัสนีกัมปนาทหม่าถือกล่าวพล่าวหัวเราะสนุกสนาน
สําหรับจักรพรรดิอมตะคนอื่นๆไม่เว้นเหลียนชิวเอง ก็พากันจับจ้องมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยความสนใจเช่นกัน มองจากแววตาอยากรู้อยากเห็นของพวกมัน เห็นได้ชัดว่าพวกมันก็สงสัยในความแข็งแกร่งของต้วนหลิงเทียนไม่น้อย
ด้านเหลยจวิ้น พอได้ยินคําพูดดังกล่าวของต้วนหลิงเทียนมันก็หน้าเสียไปทันที
“ต้วนหลิงเทียน เจ้าเข้าใจผิดอะไรอยู่หรือไม่? พวกเราเคยไปมีความแค้นกันที่ใด!?”