“พอถึงตอนนั้น…หากทําได้ก็สมควรลอบปล่อยนักโทษคนอื่นๆออกไปให้มากที่สุด
“จะคนของวังเทียนฉือก็ดีจะไม่ใช่คนของวังเทียนฉือก็ดี”
“เพราะยิ่งมีคนเยอะเท่าไหร่ สถานการณ์มันก็ยิ่งวุ่นวายมากขึ้นเท่านั้น โอกาสที่ข้าจะพาบิดามารดาฮ่วนเอ๋อหลบหนีไปได้ก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น”
ตัวนหลิงเทียนลอบกล่าวในใจ
หลังคิดว่าเข้าท่า เขาก็ลองส่งเสียงผ่านพลังไปหารือกับหญิงชราผ่ายผอมที่อยู่ไกลๆดู
“เจ้าทําตามเห็นสมควรเถอะ”
ขณะที่หญิงชรากล่าวตอบคํา ตัวนหลิงเทียนก็สังเกตเห็นว่า นอกจากหญิงชราที่นั่งอยยู่นอกกระต๊อบกําลังมองมาที่เขา ก็มีอีกคนจากกระต๊อบอื่นๆกําลังมองมาที่เขาเช่นกัน
ชายหนุ่มที่แลดูเย็นชาครั้งก่อน ตอนนี้ก็กําลังก้าวออกมาจากกระต๊อบแล้วเช่นกัน
นอกจากนั้นเขายังได้เห็นจักรพรรดิอมตะสมญานามที่ไม่ได้เห็นตอนมาครั้งก่อน อีกฝ่ายเป็นชายชราที่มีรูปร่างอ้วนท้วมพอสมควร
แน่นอนว่านอกจากชายร่างอ้วนคนนี้แล้ว จนบัดนี้เขาก็ยังไม่แลเห็นอีก 1 คน เพราะไม่ ว่าจะครั้งก่อนหรือวันนี้อีกฝ่ายก็อยู่ในกระต๊อบไม่ได้ออกมา
กล่าวได้ว่าในบรรดาจักรพรรดิอมตะสมญานามทั้ง 6 คนบนชั้น 3 ต้วนหลิงเทียนพึ่งจะเคยเห็นแค่ 5 ขาดอีก 1 ที่ยังไม่พบเจอ
“เจ้าหนู ว่าแต่เจ้าเรียกว่าอะไรเล่า ข้าก็ลืมถาม”
หญิงชราส่งเสียงผ่านพลังมาถามด้วนนหลิงเทียน
“ผู้อาวุโสข้าชื่อต้วนหลิงเทียน”
ตัวนหลิงเทียนกล่าวตอบ
“ข้าแช่เซีย ชื่อจินฮัว หรือจักรพรรดิอมตะผกาทอง”