แน่นอนว่าประกายตาดังกล่าวได้ถูกเปลือกตาที่ปิดตัวลงมาปกปิดเอาไว้ได้อย่างมิดชิดเช่นนั้นต่อให้มีคนอยู่รอบๆ ก็คงยากจะมีใครสังเกตเห็นอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของเหลียนชิวได้
ต่อมาต้วนหลิงเทียนกับอาวุโสเซีย ก็เดินขึ้นไปบนชั้น 3 พร้อมๆกัน
บนชั้นที่ 3 ของส่วนคุมขังนั้น หากอยู่ในบริเวณใกล้พื้นที่กักกันของนักโทษ แน่นอนว่าย่อมไม่อาจดูดซับพลังวิญญาณฟ้าดินเพื่อบ่มเพาะอะไรได้ กระทั่งยังไม่อาจทําความเข้าใจกฏใดๆได้เลย
มีเพียงแต่พื้นที่บริเวณติดกับบันไดเท่านั้นถึงจะสามารถดูดซับพลังวิญญาณฟ้าดิน รวมถึงทําความเข้าใจกฏได้
“ต้วนหลิงเทียนหากเจ้าคิดจะปิดด่านบ่มเพาะก็เชิญเจ้าเถอะ ข้าจักคอยเดินดูค่ายก ลที่กักกักนักโทษเหล่านี้เอาไว้เองว่ามีใดผิดแปลกหรือไม่…”
การตรวจสอบส่วนคุมขังชั้น 3 นั้น ไม่ได้ยากอะไร ทั้งหมดที่ต้องสนใจก็คือดูว่าค่ายกลทํางานตามปกติหรือไม่หากเห็นอะไรผิดปกติก็ต้องรีบแจ้งไปยังวังเทียนฉือโดยเร็วที่สุดและวังเทียนฉือจะส่งเหล่าปรมาจารย์ค่ายกลมือฉมังมาจัดการทันที
“ไว้ก่อนก็ได้ ข้าไม่รีบร้อนขนาดนั้น”
ตัวนหลิงเทียนส่ายหัวไปมา “ไหนๆข้าก็มาแล้ว และข้าก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าต้องดูอย่างไรถึงจะรู้ว่าค่ายกลกับข่ายอาคมทํางานปกติหรือไม่”