ระหว่างเดินทาง ตัวนหลิงเทียนที่ฉุกคิดอะไรขึ้นได้ ก็หันไปกล่าวคํากับเมิ่งชวนว่า “หากเป็นไปได้รบกวนตอนท่านไปหารือกับจ้าววังเทียนฉือเรื่องปล่อยคน อย่าได้ เอ่ยถึงข้าออกไปจะได้หรือไม่?”
ตอนแรกต้วนหลิงเทียนก็คิดจะไปพบจ้าววังเทียนฉือพร้อมเมิ่งชวน
อย่างไรก็ตามพอคิดๆดูแล้วว่าหากเมิ่งชวนออกหน้าขอให้ปล่อยคนในนามพระราชวังสวรรค์แห่งจี้เมียเทียน จะมีเขาอยู่ด้วยหรือไม่อยู่มันก็ค่าเท่ากัน
และหากมีเขาอยู่หรืออีกฝ่ายเอ่ยถึงเขา สิ่งนี้ยอมทําให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฉือหล่างและศิษย์พี่คนอื่นๆมีอันต้องระหองระแหงทันทีแน่
แต่ถ้าไม่เอ่ยถึงเขา ทุกอย่างก็จะยังเหมือนเดิม หลังจากนี้ต่อให้เขาออกจากวังเทียนฉือไปความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฉือหล่างและคนอื่นๆ ก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
“ไม่มีปัญหา”
เมิ่งชวนก็ตอบรับง่ายๆ ไม่ได้สนใจว่าทําไมต้วนหลิงเทียนต้องการให้ทําแบบนี้
ตอนนี้มันรู้แค่ว่า
ชายหนุ่มชุดม่วงที่อยู่กับมันตอนนี้ ไม่พ้นเป็นทายาทของใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์ที่ครั้งหนึ่งที่ชายเผลอหลุดปากบอกกับมันออกมา!
แน่นอนว่ามันเคยได้ยินพี่ชายกล่าวถึงเรื่องนี้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น
แต่กระนั้นการมาช่วยอีกฝ่ายสักครั้งก็ไม่ได้ส่งผลเสียอะไรกับมันเลย
ต่อให้ชายหนุ่มคนนี้จะไม่ใช่ทายาทที่ว่า แต่อย่างน้อยๆอีกฝ่ายก็บรรลุเคล็ดบําเพ็ญจิตเด็กระปีสูงสุดอย่าง ยอดใจกระบี่ อันเป็นเคล็ดวิชาหลักของใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์มัน!!